ตาที่มีสัดส่วนเหมาะสมจะทำให้หน้าตาของเราดูสดใส แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายคนต้องเผชิญกับปัญหาหนังตาเหี่ยว หนังตาตก หรือเบ้าตาลึก หรือริ้วรอยรอบดวงตา ที่ทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้าและแก่กว่าวัย จนเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลให้กับหลายคนมาก แต่ถ้าเราทำความเข้าใจสาเหตุและรู้วิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ก็จะทำให้ดวงตาและใบหน้ากลับมาสดใสอีกครั้ง
หนังตาเหี่ยวเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้นเนื่องจากผิวบริเวณรอบดวงตาบอบบางและมีความยืดหยุ่นน้อยกว่าส่วนอื่นของใบหน้า เมื่ออายุมากขึ้น การสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง จึงทำให้เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยได้ง่าย โดยมีสาเหตุและการแก้ไขปัญหา ดังนี้
หนังตาเหี่ยวเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งวัยที่เพิ่มขึ้นทำให้การผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง การสูญเสียไขมันใต้ผิวหนังบริเวณรอบดวงตา และการเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อรอบดวงตา นอกจากนี้ พฤติกรรมการนอนดึก การขยี้ตาบ่อย ๆ การสูบบุหรี่ การได้รับแสงแดดมากเกินไปโดยไม่ป้องกัน และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือการเช็ดเครื่องสำอางแรงเกินไป ก็เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดหนังตาเหี่ยวได้เร็วขึ้น
การแก้ไขปัญหาหนังตาเหี่ยวสามารถทำได้หลายวิธี เริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลผิวรอบดวงตา โดยใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของวิตามินซี วิตามินอี และเปปไทด์ที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ควรทาผลิตภัณฑ์อย่างเบามือ โดยไม่ถูหรือดึงผิวรอบดวงตาแรงเกินไป นอกจากนี้ การนวดกระตุ้นการไหลเวียนเลือดรอบดวงตาเบา ๆ วันละ 2-3 นาที การนอนหลับให้เพียงพอ และการสวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันรังสี UV ก็เป็นวิธีที่ช่วยชะลอการเกิดหนังตาเหี่ยวได้
หนังตาตกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงวัย ซึ่งส่งผลกระทบทั้งด้านความสวยงามและการมองเห็น เกิดจากการหย่อนคล้อยของหนังตาบนที่ปิดบังดวงตามากกว่าปกติ ทำให้ดวงตาดูเล็กลงและอาจรบกวนการมองเห็นได้ โดยมีสาเหตุและการแก้ไขปัญหา ดังนี้
หนังตาตกมีสาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Levator muscle) และการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวหนังรอบดวงตา นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจากโรคทางระบบประสาทบางชนิด การบาดเจ็บ หรือเป็นมาตั้งแต่กำเนิด บางคนอาจมีอาการหนักเปลือกตา มองเห็นลำบาก ต้องเงยหน้า หรือยกคิ้วขึ้นเพื่อช่วยให้มองเห็นชัดขึ้น หรือต้องใช้นิ้วช่วยยกหนังตาขึ้นเพื่อให้มองเห็นได้ดีขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นใจ
การแก้ไขหนังตาตกมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ สำหรับอาการเล็กน้อยสามารถใช้วิธีบริหารกล้ามเนื้อรอบดวงตาด้วยการกะพริบตาช้า ๆ หรือการฝึกเพ่งมองวัตถุที่อยู่ใกล้และไกลสลับกัน นอกจากนี้ การใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมช่วยกระชับผิว เช่น เปปไทด์ หรือ รีทินอล ก็อาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง สำหรับกรณีที่มีอาการรุนแรง การผ่าตัดแก้ไขหนังตาตก (Blepharoplasty) หรือยกหางตาซ่อนแผลใต้คิ้ว Subbrow Lift อาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุด
เบ้าตาลึกเป็นภาวะที่ทำให้ดวงตาดูลึกโหล มีเงาใต้ตาเข้ม ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเพลียและมีอายุมากกว่าความเป็นจริง ปัญหานี้มักพบได้ทั้งในวัยหนุ่มสาวและวัยกลางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม โดยมีสาเหตุและการแก้ไขปัญหา ดังนี้
เบ้าตาลึกเกิดจากการสูญเสียหรือการเปลี่ยนแปลงไขมันใต้ผิวหนังบริเวณใต้ตาและรอบดวงตา ทำให้เกิดร่องลึกและเงาใต้ตา นอกจากนี้ พันธุกรรม การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การดื่มน้ำน้อย และการรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด ก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้บริเวณใต้ตาดูคล้ำและทำให้ดูเบ้าตาดูลึกมากขึ้น บางคนอาจมีปัญหาผิวใต้ตาบางหรือมีเส้นเลือดที่มองเห็นผ่านผิว ทำให้เห็นเป็นสีคล้ำหรืออมเขียวบริเวณใต้ตา ซึ่งอาจยิ่งทำให้ดูมีเบ้าตาลึกมากขึ้น
การแก้ไขปัญหาเบ้าตาลึกอาจเริ่มจากการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนอนหลับให้เพียงพอ การดื่มน้ำให้มากขึ้น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการลดความเครียด นอกจากนี้ การใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน วิตามินเค และเปปไทด์ อาจช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูสดใสขึ้นหรือลดอาการบวมบางส่วน การนวดเบา ๆ รอบดวงตาด้วยลูกกลิ้งหยกหรือสเตนเลส ก็ช่วยให้ผิวรอบดวงตาดูสดใสขึ้นหรือลดอาการบวมบางส่วนได้ หรือบางรายอาจจะต้องฉีดฟิลเลอร์ หรือไขมันเข้าไปเพื่อช่วยเติมเต็มในบริเวณเบ้าตา
ปัญหาหนังตาเหี่ยว หนังตาตก เบ้าตาลึก และตาแก่ก่อนวัย เป็นความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่ทุกคนต้องเผชิญ แต่เราสามารถชะลอและบรรเทาปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี ทั้งการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะสม และการพักผ่อนให้เพียงพอ แต่หากมีปัญหารุนแรงสามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว จัดเรียงไขมันใต้ตา กำจัดถุงใต้ตา และส่องกล้องยกคิ้วเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาได้เลย
ปัญหาดวงตาที่ดูมีอายุหรือตาแก่ก่อนวัยมักเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้หลายคน ข้อมูลในส่วนนี้ได้รวบรวมคำถามที่หลายคนมักสงสัยมาฝากกัน
การใช้สติกเกอร์ติดตาสองชั้นติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ผิวหนังบริเวณเปลือกตาเกิดการยืดขยายจากการดึงรั้งระหว่างการดึงออก รวมถึงอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองสะสมที่ชั้นผิว เมื่อระยะเวลาผ่านไปผิวหนังบริเวณดังกล่าวมีโอกาสสูญเสียความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่เร่งให้เกิดความหย่อนคล้อยหรือหนังตาเหี่ยวย่นก่อนวัยได้
ไม่จำเป็นต้องตัดหนังตาออกเสมอไป จักษุแพทย์จะทำการประเมินจากสาเหตุและโครงสร้างตาของแต่ละบุคคล หากประเมินพบว่าปัญหาหนังตาตกเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อตาทำงานได้ไม่เต็มที่หรือกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โดยที่ไม่มีหนังตาส่วนเกินหย่อนคล้อยมากนัก แนวทางการรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การปรับแต่งชั้นกล้ามเนื้อตาเพื่อให้สามารถลืมตาได้กว้างขึ้น หรือหากมีปัญหาเพียงไขมันสะสมใต้เปลือกตา ก็สามารถปรับแก้เฉพาะจุดได้โดยไม่ต้องทำการตัดแต่งหนังตาออกโดยตรง
การประคบเย็นและการทาครีมบำรุงมีส่วนช่วยลดอาการบวมและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดรอบดวงตาได้เพียงชั่วคราว แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเบ้าตาลึกที่เกิดจากการสูญเสียไขมันใต้ชั้นผิวหนัง หรือความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างกระดูกเบ้าตาได้ หากต้องการแก้ไขปัญหาโครงสร้างควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม