Deep Plane Facelift คืออะไร? เจาะลึกเทคนิคดึงหน้าให้ดูอ่อนเยาว์
icon  icon
Deep Plane Facelift

Deep Plane Facelift คืออะไร? เทคนิคดึงหน้าช่วยแก้หน้าหย่อนคล้อย

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นปัญหาความหย่อนคล้อยและริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้าย่อมตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนพยายามหาวิธีคืนความอ่อนเยาว์ให้กลับมาอีกครั้ง ปัจจุบันมีหลากหลายวิธีที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในตอนนี้ หลายคนคงอยากรู้ว่า Deep Plane Facelift คืออะไร ทำไมถึงถูกพูดถึงในแวดวงศัลยกรรมความงามตอนนี้ บทความนี้ จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียดกัน

ปรึกษาแพทย์ Sky Clinic ได้เลย

Deep Plane Facelift คืออะไร?

Deep Plane Facelift คือ เทคนิคศัลยกรรมดึงหน้าที่ลงลึกถึงโครงสร้างกล้ามเนื้อและชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยแพทย์จะทำการยกกระชับไปพร้อม ๆ กันโดยไม่ต้องแยกผิวหนังออกจากชั้นกล้ามเนื้อมากเหมือนวิธีดั้งเดิม ซึ่งข้อดีคือช่วยให้ใบหน้าถูกยกขึ้นแลดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูหลอกตา ช่วยลดปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะบริเวณร่องแก้ม กระพุ้งแก้ม และกรอบหน้า

Deep Plane Facelift ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

เมื่อกาลเวลาผ่านไปโครงสร้างผิวที่เคยเต่งตึงก็เริ่มเสื่อมสภาพลง การทำ Deep Plane Facelift จึงก้าวเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการจัดการกับความร่วงโรยเหล่านี้ โดยเทคนิคนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับปัญหาความหย่อนคล้อยในจุดที่แก้ไขได้ยาก ซึ่งสามารถช่วยจัดการกับปัญหาหลัก ๆ บนใบหน้าได้ดังต่อไปนี้

แก้มหย่อนและแก้มตกตามวัย

ปัญหาแก้มห้อยย้อยมักเกิดจากการที่ไขมันและกล้ามเนื้อบริเวณแก้มสูญเสียความยืดหยุ่นและตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง การดึงหน้าระดับลึกจะเข้าไปจัดการยกกระชับมัดกล้ามเนื้อและชั้นไขมันเหล่านี้ให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมที่ควรจะเป็น ทำให้พวงแก้มดูเต็มอิ่มและยกกระชับขึ้น ทำให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น

ร่องแก้มลึกที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า

ร่องแก้มที่ลึกชัดเจนมักทำให้ใบหน้าดูมีอายุและดูอิดโรยตลอดเวลา ซึ่งเกิดจากการยุบตัวของโครงสร้างผิวและไขมันที่เคลื่อนตัวลงมากองรวมกัน การใช้เทคนิคดึงหน้าลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อจะช่วยดึงรั้งเนื้อเยื่อที่ตกลงมาให้กลับขึ้นไปด้านบน ช่วยเติมเต็มและคลายรอยพับบริเวณร่องแก้มให้ดูตื้นขึ้นแลดูเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูสดชื่นขึ้น 

กรอบหน้าไม่ชัดและมีเหนียง

ความหย่อนคล้อยบริเวณช่วงล่างของใบหน้าและลำคอ ทำให้กรอบหน้ากรามที่เคยคมชัดหายไปและเกิดเป็นก้อนเนื้อห้อยย้อยบริเวณคาง เทคนิคนี้จะช่วยเก็บซ่อนความหย่อนคล้อยและปรับรูปหน้าให้กลับมาเรียวสวย กรอบหน้าดูชัดเจนขึ้น

โครงหน้าที่เปลี่ยนแปลงจากอายุที่เพิ่มขึ้น

เมื่อกระดูกและเนื้อเยื่อเสื่อมสภาพตามวัย โครงหน้าโดยรวมย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงจนสูญเสียความสมดุล การดึงหน้าระดับลึกจะช่วยจัดระเบียบโครงสร้างภายในใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่การดึงผิวให้ตึง แต่ช่วยปรับสมดุลให้โครงหน้าดูกระชับและได้สัดส่วนที่สวยงาม คืนความมั่นใจได้ 

ใครบ้างที่อาจไม่เหมาะกับการทำ Deep Plane Facelift

แม้ว่าเทคนิคดึงหน้าระดับลึกนี้จะมีข้อดีมากมายและให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะสมกับการเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมประเภทนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จึงมีข้อจำกัดสำหรับบางกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือต้องปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนี้

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวรุนแรงหรือควบคุมไม่ได้ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลสวิง เนื่องจากอาจส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือดและเพิ่มความเสี่ยงระหว่างการผ่าตัด
  • ผู้ที่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่จัด สารนิโคตินส่งผลให้เส้นเลือดหดตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณรอยแผลได้น้อยลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้อตาย แผลหายช้า หรือแผลเป็นที่เห็นได้ชัด จึงต้องงดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาดทั้งก่อนและหลังทำ
  • ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่าย การรับประทานยาละลายลิ่มเลือดหรือมีภาวะเลือดแข็งตัวช้า อาจทำให้เกิดอันตรายจากการเสียเลือดมากหรือมีเลือดคั่งหลังผ่าตัด ซึ่งต้องได้รับการประเมินจากแพทย์อย่างละเอียด

ข้อดีของ Deep Plane Facelift


การเลือกศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าด้วยเทคนิคนี้ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นด้วยจุดเด่นที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

ผลลัพธ์ดูแลเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงจนผิดรูป

การทำ Deep Plane Facelift คือการไม่เน้นดึงเฉพาะผิวหนังชั้นนอก แต่จะยกเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อชั้นลึกไปพร้อม ๆ กัน ทำให้ผิวหน้าไม่ถูกดึงจนตึงหรือดูแบนราบไร้มิติ ใบหน้าที่ได้จึงดูละมุนและแลดูเป็นธรรมชาติ

ยกกระชับได้ลึกถึงต้นเหตุของความหย่อนคล้อย

เทคนิคนี้จะลงลึกไปจัดการกับชั้น SMAS โดยตรง ช่วยดึงโครงสร้างที่ห้อยย้อยให้ตื้นขึ้น ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยได้ 

ช่วยคงการแสดงสีหน้าและรอยยิ้มตามธรรมชาติ

การดึงหน้าแบบเดิมอาจทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนถูกรั้งจนการแสดงสีหน้าดูแข็ง แต่เทคนิคที่ไม่สร้างความตึงเครียดให้กับผิวหนังชั้นนอก ทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้ในการแสดงอารมณ์ยังคงเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะยิ้ม หัวเราะ หรือแสดงความรู้สึกใด ๆ ก็ยังคงดูเป็นธรรมชาติและมีชีวิตชีวาเหมือนเดิม

ผลลัพธ์อยู่ได้นานหลายปี

ด้วยความที่เทคนิคนี้เข้าไปปรับเปลี่ยนและยกกระชับที่โครงสร้างรากฐานของใบหน้า ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความมั่นคงและคงทนมากกว่าการดึงผิวหนังเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปแล้วผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานหลายปี

ขั้นตอนการผ่าตัด Deep Plane Facelift

เพื่อให้ผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ การผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้จึงต้องอาศัยความชำนาญการและประสบการณ์ของแพทย์ ซึ่งมีขั้นตอนการผ่าตัด Deep Plane Facelift ดังต่อไปนี้

  • ประเมินรูปหน้าและวางแผนการผ่าตัด แพทย์จะวิเคราะห์ระดับการหย่อนคล้อย ลักษณะกระดูก และชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อออกแบบแนวแผลให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล
  • การให้ยาชาหรือวางยาสลบ ส่วนใหญ่จะทำภายใต้การวางยาสลบร่วมกับการใช้ยาชาเฉพาะจุด 
  • เปิดแผลบริเวณขมับและใบหู แพทย์จะลงมีดบริเวณขมับ หน้าใบหู และหลังใบหู โดยแนวแผลจะถูกออกแบบให้ซ่อนอยู่ในไรผมหรือรอยพับ เพื่อให้มองเห็นได้ยากเมื่อแผลหายดี
  • แยกชั้นผิวและยกชั้น Deep Plane เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด แพทย์จะยกทั้งชั้น SMAS และโครงสร้างไขมันลึกขึ้นพร้อมกัน ทำให้ผลลัพธ์การยกกระชับมีมิติและแลดูเป็นธรรมชาติ
  • ตัดแต่งผิวส่วนเกินและเย็บแผลอย่างประณีต ใช้เทคนิคซ่อนแผลเพื่อลดการเกิดแผลเป็นและลดความตึงรั้งที่บริเวณผิวชั้นนอก
  • พันผ้าและดูแลหลังผ่าตัด จะมีการพันผ้าเพื่อช่วยประคองโครงสร้างทรงหน้า ลดอาการบวม และลดรอยช้ำในช่วงแรกของการพักฟื้น

ระยะเวลาการพักฟื้นหลังทำ Deep Plane Facelift

หลายคนอาจกังวลว่าการผ่าตัดระดับลึกจะใช้เวลาพักฟื้นนาน โดยมีระยะเวลาที่ควรทราบดังนี้

  • ช่วงสัปดาห์แรก อาจมีอาการบวมช้ำในช่วง 7-14 วันแรก ซึ่งแพทย์จะนัดหมายเพื่อเข้ามาตัดไหมประมาณ 10-14 วัน หลังผ่าตัด
  • การใส่ผ้าพันหน้า จำเป็นต้องใส่ผ้าพันหน้าเพื่อช่วยประคองโครงสร้างในช่วง 3 วันแรก ใส่ 24 ชั่วโมง และหลังจากนั้นสวมใส่ 12 ชั่วโมง ต่อวัน
  • การออกกำลังกาย สามารถกลับมาเริ่มออกกำลังกายและทำกิจกรรมที่ใช้แรงได้หลังจากผ่านไปประมาณ 3-4 สัปดาห์
  • ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ใบหน้าจะค่อย ๆ เข้าที่และเห็นผลลัพธ์อย่างเต็มที่ในช่วงระยะเวลา 3-6 เดือน
  • ความคงทน ผลลัพธ์จากการดึงหน้าเทคนิคนี้สามารถอยู่ได้นานเฉลี่ย 7-12 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ การดูแลผิว และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล

ปรึกษาการตกแต่งเปลือกตา ส่องกล้องยกคิ้วเทคนิค กับ Sky Clinic

หากเรามีปัญหาคิ้วตกหรือหน้าผากหย่อนคล้อยที่ทำให้ดวงตาดูไม่สดใส การดึงหน้าผากหรือยกคิ้วก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ที่ Sky Clinic เรามีเทคนิคการส่องกล้องยกคิ้ว Endobrow Lift ด้วยวัสดุการแพทย์เอนโดไทน์ ช่วยเปิดดวงตาให้ดูกลมโต ซ่อนแผลได้อย่างแนบเนียน และให้ผลลัพธ์แลดูอ่อนเยาว์ 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Deep Plane Facelift

การตัดสินใจทำศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ย่อมมีข้อสงสัยและความกังวลใจเกิดขึ้นมากมาย เพื่อให้เรามีความเข้าใจที่ถูกต้องและเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ เราจึงได้รวบรวมคำถามที่หลายคนมักสงสัยเกี่ยวกับเทคนิคการดึงหน้าระดับลึกมาตอบให้คลายข้อข้องใจกัน

Deep Plane Facelift เจ็บไหม?

ระหว่างการผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บเลย เนื่องจากทำภายใต้การระงับความรู้สึกอย่างปลอดภัย ส่วนในช่วงพักฟื้นอาจมีความรู้สึกตึงหรือระบมบ้างเล็กน้อย ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองในเวลาไม่นาน

Deep Plane Facelift ต่างจากการดึงหน้าแบบทั่วไปอย่างไร?

การดึงหน้าทั่วไปมักจะดึงเฉพาะผิวหนังชั้นบน ซึ่งอาจทำให้หน้าดูตึงแบนและผลลัพธ์อยู่ไม่นาน แต่เทคนิคนี้จะลงลึกไปยกโครงสร้างกล้ามเนื้อและไขมัน ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ แลดูเป็นธรรมชาติ และคงผลลัพธ์ได้ยาวนานกว่า

อายุเท่าไรจึงเหมาะกับการทำ Deep Plane Facelift?

ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุที่ตายตัว แต่มักแนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยชัดเจน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 40-50 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

สรุปบทความ


การทำศัลยกรรมยกกระชับใบหน้าถือเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ลึกถึงโครงสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนาน การทำความเข้าใจขั้นตอนและการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูดีมากขึ้น หากใครที่กำลังมีปัญหาหน้าผากหย่อนคล้อย หน้าผากย่น หน้าผากเป็นคลื่น สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ของ Sky Clinic ที่มีบริการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว กำจัดถุงไขมันใต้ตา และการส่องกล้องยกคิ้วเทคนิค Endobrow Lift เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ

ที่มา : -