ในยุคที่ความสวยความงามมีหลากหลายสไตล์ ดอลลี่อาย (Dolly Eyes) กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสาว ๆ ที่ชื่นชอบลุคน่ารักแบบตุ๊กตา หรือหน้าดูเด็กอ่อนเยาว์ ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินคำว่าดอลลี่อายมากันบ้างแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจว่าคืออะไร และจะสร้างลุคนี้ได้อย่างไร เราจึงอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับดอลลี่อาย ให้มากขึ้นกัน
ดอลลี่อายเป็นลักษณะของดวงตาที่มีความนูนใต้ตาเล็กน้อย ทำให้ดวงตาดูกลมโต น่ารัก คล้ายตาตุ๊กตา เกิดจากการมีไขมันใต้ตาในปริมาณที่พอเหมาะและกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ผิวใต้ตาดูเต่งตึง ไม่มีร่องลึกหรือรอยหย่อนคล้อย ลักษณะนี้พบได้ตามธรรมชาติในวัยเด็กและวัยรุ่น เป็นที่นิยมในประเทศแถบเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีและญี่ปุ่น เพราะช่วยเพิ่มความน่ารัก อ่อนเยาว์ และดูมีเสน่ห์
ดอลลี่อาย (Dolly Eyes) ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ความงามที่ได้รับความนิยมเท่านั้น แต่ยังเป็นเทคนิคที่ช่วยแก้ไขปัญหาจุดบกพร่องบนใบหน้า พร้อมทั้งเสริมมิติให้ดวงตาดูโดดเด่นและมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น โดยสามารถช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์ด้านความงามได้ ดังนี้
แก้ปัญหาตาเล็ก ทำให้ดวงตาดูใหญ่และกลมโตขึ้น การทำดอลลี่อายจะช่วยเพิ่มพื้นที่และมิติบริเวณขอบตาด้านล่าง ทำให้ภาพรวมของดวงตาดูขยายใหญ่และเปิดกว้างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งส่วนนี้จะช่วยปรับปรุงความสมดุลของสัดส่วนบนใบหน้า (Facial Balance) ให้ดูพอดีและลงตัวมากยิ่งขึ้น
แก้ปัญหาหน้าดุจหรือดูโทรม เปลี่ยนดวงตาให้ดูสดใสและอ่อนเยาว์ สำหรับผู้ที่มีรูปตาดูดุหรือมีริ้วรอยความอิดโรยรอบดวงตา การเติมดอลลี่อายจะช่วยเพิ่มความนูนกระชับที่คล้ายคลึงกับลักษณะดวงตาของเด็ก ตุ๊กตา หรือตัวการ์ตูน ซึ่งจะปรับลุคให้ดวงตาดูหวานละมุน กระจ่างใส และช่วยลดอายุให้ใบหน้าดูเด็กลงได้อย่างชัดเจน
เพิ่มจุดเด่นและมิติให้กับรูปหน้า ดวงตาถือเป็นจุดศูนย์กลางและจุดนำสายตาที่สำคัญที่สุดบนใบหน้า การสร้างดอลลี่อายในขนาดที่พอเหมาะจะช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าส่วนกลางดูมีมิติ ไม่แบนราบ สร้างความโดดเด่นและขับเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้ใบหน้าดูน่าสนใจและน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น
เสริมเสน่ห์ให้ตายิ้มดูเป็นธรรมชาติ ไฮไลท์สำคัญของการทำดอลลี่อายคื อการสร้างเสน่ห์เวลาแสดงสีหน้า โดยเฉพาะเวลายิ้ม กล้ามเนื้อบริเวณใต้ตาจะขยับและดันดอลลี่อายให้เห็นเป็นรูปทรงที่ชัดเจนขึ้น ทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า ตายิ้ม (Smiling Eyes) ซึ่งจะช่วยให้รอยยิ้มดูจริงใจ อบอุ่น และมีเสน่ห์
น่ามอง แตกต่างจากรูปทรงตาแบบปกติทั่วไป
ดอลลี่อาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความอ่อนเยาว์และความน่ารักให้กับใบหน้า โดยเฉพาะคนที่มีโครงหน้าเล็ก ดวงตากลม หรือชอบแต่งหน้าสไตล์เกาหลี-ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาร่องใต้ตาลึกหรือใต้ตาคล้ำ เพราะการมีความนูนใต้ตาเล็กน้อยจะช่วยอำพรางปัญหาเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาให้เหมาะสมกับรูปหน้าและบุคลิกภาพโดยรวม เพราะดอลลี่อายอาจไม่เหมาะกับทุกคน
การทําดอลลี่อายราคาจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับวิธีที่เราหรือแพทย์เป็นคนเลือกให้ ตั้งแต่การแต่งหน้าที่ทำได้ด้วยตัวเองและมีค่าใช้จ่ายน้อย ไปจนถึงการศัลยกรรมที่ให้ผลลัพธ์ถาวรแต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า มาดูแต่ละวิธีกัน
การสร้างดอลลี่อาย ด้วยการแต่งหน้าเป็นวิธีที่ประหยัดและปลอดภัยที่สุด โดยใช้อายแชโดว์สีเข้มหรือดินสอเขียนคิ้ววาดเส้นจากหัวตาถึงหางตา แล้วเกลี่ยให้ดูนุ่มนวล จากนั้นใช้คอนซีลเลอร์หรืออายแชโดว์สีสว่างแต้มบริเวณถุงใต้ตาเพื่อสร้างมิติ สามารถเพิ่มความวิบวับด้วยกลิตเตอร์เหนือเส้นดอลลี่อาย เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองลุคก่อนตัดสินใจทำแบบถาวร
การฉีดฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ได้รับความนิยม เพราะเห็นผลทันทีและอยู่ได้นาน 6-12 เดือน โดยแพทย์จะฉีดสาร
ไฮยาลูโรนิกแอซิดประมาณ 1 ซีซี เข้าบริเวณขอบตาล่าง เพื่อสร้างความนูนที่เป็นธรรมชาติ ราคาจะขึ้นอยู่กับแบรนด์ฟิลเลอร์และสถานพยาบาล ข้อควรระวังคือต้องฉีดกับแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น เพื่อป้องกันการฉีดเกินขนาดจนดูเป็นถุงใต้ตา
การทำดอลลี่อายด้วยการศัลยกรรมให้ผลลัพธ์ที่ถาวรและสามารถแก้ไขปัญหาหลายอย่างพร้อมกัน เช่น การปรับโครงสร้างกระดูกเบ้าตา การจัดการกับไขมันใต้ตา และการแก้ไขถุงใต้ตา โดยแพทย์จะวางแผนการผ่าตัดให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน
การดูดไขมันถุงใต้ตาแบบแผลในเป็นเทคนิคที่ช่วยลดไขมันส่วนเกินบริเวณใต้ตาโดยไม่ทิ้งรอยแผลภายนอก แพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กด้านในของเปลือกตาล่างเพื่อดูดไขมันออก ทำให้ไม่ต้องเย็บแผลด้านนอก วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีถุงใต้ตาไม่มากและยังมีความกระชับของผิวที่ดี ทำให้ไม่มีรอยแผลเป็นภายนอก ไม่ต้องตัดไหม และใช้เวลาพักฟื้นน้อย สามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตามากและผิวหนังหย่อนคล้อย การผ่าตัดกำจัดถุงไขมันใต้ตาแบบแผลนอก เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า แพทย์จะเปิดแผลบริเวณหนังตาล่าง และทำการดูดไขมันไขมันใต้ตาส่วนเกิน และตัดแต่งผิวหนังหย่อนคล้อยออก โดยแผลจะชิดกับขอบขนตาล่าง ซึ่งช่วยซ่อนรอยแผลและลดโอกาสเกิดแผลเป็น แม้จะต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า แต่ผลลัพธ์จะตอบโจทย์ทั้งในด้านการกำจัดไขมันส่วนเกินและยกกระชับผิว
ใต้ตาอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้ผลลัพธ์ของการทำดอลลี่อายออกมาสวยงามเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์ หรือการผ่าตัด ควรมีการเตรียมตัวและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ดังนี้
งดรับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน และวิตามินที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินอี, น้ำมันปลา, สารสกัดจากแปะก๊วย อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อ
ลดอาการอักเสบและรอยช้ำ
งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
แจ้งโรคประจำตัวหรือประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
สามารถประคบเย็นเบา ๆ ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมได้
งดการแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
หลีกเลี่ยงการจับ สัมผัส ขยี้ตา หรือนวดบริเวณที่ทำดอลลี่อาย เพราะอาจทำให้รูปทรงผิดเพี้ยนหรือเกิดการอักเสบได้
หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีความร้อนสูง เช่น ซาวน่า เลเซอร์ หรือตากแดดจัด ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
งดรับประทานอาหารหมักดอง อาหารรสจัด และแอลกอฮอล์ในช่วงสัปดาห์แรก เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมอักเสบ
การเลือกวิธีทำดอลลี่อายที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความต้องการ งบประมาณ และความพร้อมของแต่ละบุคคล สำหรับผู้ที่สนใจศัลยกรรมสามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น, เปิดหัวตา, แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง, จัดเรียงไขมันใต้ตา, ยกหางตาซ่อนแผลใต้คิ้ว ส่องกล้องยกคิ้ว และกำจัดถุงใต้ตา เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาได้เลย
โดยทั่วไปแล้วการทำดอลลี่อายแทบจะไม่รู้สึกเจ็บเลย โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นการผ่าตัดศัลยกรรม จักษุแพทย์จะมีการฉีดยาชาเฉพาะที่ เพื่อระงับความเจ็บปวดระหว่างทำ แต่อาจจะรู้สึกตึง ๆ บริเวณที่ทำหลังทำเพียงเท่านั้น
ขึ้นอยู่กับวิธีที่ทำ หากเป็นโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน โบท็อกซ์ อยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน และหากเป็นการผ่าตัดกำจัดถุงไขมันใต้ตาจะคงผลลัพธ์ได้ถาวร
สามารถทำได้ ปัจจุบันมีผู้ชายจำนวนมากที่สนใจทำดอลลี่อาย เพื่อแก้ปัญหาหน้าดุจหรือตาดูโทรมอิดโรยโดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะประเมิน และออกแบบรูปทรงให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้ดวงตาดูหวานจนเกินไป เพื่อปรับลุคให้ดูสดใสขึ้นแต่ยังคงความคมเข้ม และเสน่ห์แบบผู้ชายเอาไว้