โรคตาในผู้สูงอายุที่พบบ่อย และวิธีดูแลดวงตาให้แข็งแรง
icon  icon
โรคตาในผู้สูงอายุที่พบบ่อย

โรคตาในผู้สูงอายุที่พบบ่อย รู้จักโรคและวิธีดูแลสุขภาพดวงตา

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา โดยเฉพาะดวงตาที่เป็นอวัยวะที่มีความละเอียดอ่อน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคตาในผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหลายอาการอาจดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของวัย แต่อาจซ่อนภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นในระยะยาวได้ บทความนี้
จะพาไปสำรวจความผิดปกติที่เกิดขึ้นบ่อย พร้อมแนวทางรับมืออย่างถูกวิธี เพื่อให้การมองเห็นยังคงชัดเจนและสดใสอยู่เสมอ


สนใจปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญ

โรคตาในผู้สูงอายุที่พบบ่อย

ปัญหาสุขภาพตาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงวัย ความเสื่อมถอยของอวัยวะภายในดวงตาส่งผลให้เกิดโรคตาในผู้สูงอายุได้หลากหลายชนิด บางโรคแสดงอาการชัดเจนตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ในขณะที่บางโรคอาจค่อย ๆ กัดกินการมองเห็นโดยที่เราไม่รู้ตัว การหมั่นสังเกตความผิดปกติและทำความรู้จักกับโรคเหล่านี้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าถึงการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ทันท่วงที ก่อนที่จะสายเกินแก้

โรคตาในผู้สูงอายุที่พบบ่อย

แม้ว่าความเสื่อมของดวงตาจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากเรารู้ทันโรคต่าง ๆ ก็จะช่วยให้วางแผนการรักษาและดูแลตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโรคที่มักพบได้บ่อยในกลุ่มวัยนี้ มีตั้งแต่โรคที่รักษาหายขาดได้ง่าย ไปจนถึงโรคที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดชีวิต 

ต้อกระจก (Cataract)

ภาวะที่เลนส์ตาขุ่นมัวลงจนแสงผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาได้ยาก ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน เหมือนมีหมอกบัง ตาพร่ามัว แพ้แสงจ้า หรือเห็นภาพซ้อน ภาวะต้อกระจกในผู้สูงอายุถือเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คนไทยสูญเสียการมองเห็น แต่ข่าวดีคือสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลดีมากในปัจจุบัน

ต้อหิน (Glaucoma)

ภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุด เพราะมักไม่มีสัญญาณเตือนในระยะแรก เกิดจากความดันลูกตาที่สูงขึ้นจนไปทำลายขั้วประสาทตา ส่งผลให้ลานสายตาแคบลงเรื่อย ๆ จากด้านข้างเข้าสู่ตรงกลาง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นถาวร การตรวจคัดกรองความดันลูกตาอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยยับยั้งความรุนแรงของโรคนี้ได้

สายตาสูงวัย (Presbyopia)

เป็นอาการที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติกับทุกคนเมื่ออายุย่างเข้า 40 ปีขึ้นไป เกิดจากเลนส์ตาแข็งตัวและกล้ามเนื้อตาเสื่อมสภาพ ทำให้ความสามารถในการโฟกัสวัตถุระยะใกล้ลดลง ต้องยืดแขนออกไปเวลาอ่านหนังสือหรือมองมือถือ อาการนี้แก้ไขได้ง่ายด้วยการสวมแว่นสายตา หรือการทำเลสิกเพื่อปรับค่าสายตา ให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบายอีกครั้ง

จุดรับภาพเสื่อมตามวัย (AMD)

โรคนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อจุดกึ่งกลางของการรับภาพ ทำให้มองเห็นภาพบิดเบี้ยว มีจุดดำบังตรงกลางภาพ หรือสีสันผิดเพี้ยนไป สาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของเซลล์บริเวณจุดรับภาพชัด แม้ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดในบางชนิด แต่การตรวจพบเร็วจะช่วยชะลอความรุนแรงของโรคได้ เพื่อรักษาการมองเห็นที่เหลืออยู่ให้นานที่สุด

ภาวะเบาหวานขึ้นจอตา (Diabetic Retinopathy)

ภาวะแทรกซ้อนสำคัญของผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาเป็นเวลานาน ทำให้หลอดเลือดที่จอประสาทตาเสียหาย อาจเกิดเลือดออกในวุ้นตา หรือจอประสาทตาบวม หากไม่ควบคุมระดับน้ำตาลและเข้ารับการรักษาทางตาควบคู่กันไป อาจรุนแรงถึงขั้นมองไม่เห็น การตรวจตาปีละครั้งจึงจำเป็นมากสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน

วุ้นตาเสื่อม (Vitreous Floaters)

อาการที่มองเห็นจุดดำ เส้นหยากไย่ หรือวง ๆ ลอยไปมาตามการกลอกตา โดยเฉพาะเมื่อมองไปยังพื้นที่สว่างหรือผนังสีขาว เกิดจากน้ำวุ้นในลูกตาเปลี่ยนสภาพจากเจลเป็นน้ำและหดตัวลง แม้ส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่หากสังเกตเห็นแสงแฟลชคล้ายฟ้าแลบร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของจอประสาทตาฉีกขาด

ต้อลมและต้อเนื้อ (Pinguecula & Pterygium)

เกิดจากการระคายเคืองตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะจากรังสี UV ลม ฝุ่น และควัน ต้อลมจะมีลักษณะเป็นก้อนนูนสีเหลืองข้างตาดำ ส่วนต้อเนื้อจะเป็นแผ่นเนื้อเยื่อรูปสามเหลี่ยมที่ลามเข้าสู่ตาดำ หากปล่อยให้ลุกลามจนปิดบังการมองเห็น อาจจำเป็นต้องผ่าตัดลอกต้อเนื้อออก การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสวมแว่นกันแดดเมื่อต้องออกกลางแจ้ง

ตาแห้ง (Dry Eyes)


ปัญหาที่พบบ่อยมากเมื่ออายุมากขึ้น เนื่องจากการผลิตน้ำตาลดลงและคุณภาพน้ำตาเปลี่ยนแปลงไป ทำให้รู้สึกระคายเคือง แสบตา เหมือนมีเม็ดทรายในตา หรือน้ำตาไหลพรากสู้แสงไม่ได้ การใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น การกะพริบตาบ่อย ๆ และการหลีกเลี่ยงลมแรง จะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ให้ดวงตารู้สึกสบายขึ้นได้

วิธีการดูแลดวงตา

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ เพื่อชะลอความเสื่อมและถนอมดวงตาให้ใช้งานได้ยาวนานการดูแลดวงตาผู้สูงอายุจึงต้องใส่ใจทั้งพฤติกรรมและโภชนาการ โดยเราสามารถปฏิบัติตามแนวทางง่าย ๆ เพื่อสุขภาพตาที่แข็งแรงได้ดังต่อไปนี้

  • ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจกับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อคัดกรองความผิดปกติในระยะเริ่มต้น
  • สวมแว่นกันแดด ป้องกันดวงตาจากรังสี UV ทุกครั้งที่ออกแดด ช่วยลดความเสี่ยงต้อลม ต้อเนื้อ และต้อกระจก
  • รับประทานอาหารบำรุงสายตา เน้นผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ และปลาที่มีโอเมก้า 3 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้จอประสาทตา
  • ควบคุมโรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นเลือดในดวงตา

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตาในผู้สูงอายุ

หลายคนมักมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการและการรักษาโรคตาต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและคลายความกังวลใจ เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพดวงตาในวัยสูงอายุ มาไขข้อข้องใจให้ทราบกันชัดเจนยิ่งขึ้น

ต้อกระจก มียากินหรือยาหยอดให้หายไหม?

ปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามียากินหรือยาหยอดชนิดใดที่สามารถรักษาต้อกระจกให้หายขาด หรือทำให้เลนส์ตาที่ขุ่นมัวกลับมาใสได้ ยาหยอดตาบางชนิดอาจช่วยชะลอความเสื่อมได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น วิธีการรักษามาตรฐานที่ได้ผลดีที่สุดในตอนนี้คือการผ่าตัดสลายต้อกระจกและใส่เลนส์ตาเทียม ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างตรงจุด

เป็นเบาหวาน แต่ตายังมองเห็นชัด ต้องไปตรวจตาไหม?

จำเป็นต้องไปตรวจอย่างยิ่ง เพราะในระยะแรกของภาวะเบาหวานขึ้นจอตา มักไม่แสดงอาการผิดปกติใด ๆ การมองเห็นอาจยังชัดเจนดีแม้ว่าหลอดเลือดในจอประสาทตาจะเริ่มเสียหายแล้วก็ตาม หากรอจนตามัวหรือมองไม่เห็น การรักษาจะทำได้ยากและอาจกู้คืนการมองเห็นกลับมาได้ไม่เท่าเดิม ดังนั้นการตรวจตาตามนัดจึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด

ต้อหิน รักษาให้กลับมามองเห็นปกติได้ไหม?

น่าเสียดายที่เส้นประสาทตาที่ถูกทำลายจากโรคต้อหินแล้ว จะไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติได้ การมองเห็นที่เสียไปแล้วจะเสียไปเลย เป้าหมายของการรักษาต้อหินจึงไม่ใช่การทำให้ตามองเห็นดีขึ้น แต่เป็นการควบคุมความดันลูกตาเพื่อรักษาระดับการมองเห็นที่เหลืออยู่ ไม่ให้เสื่อมลงไปมากกว่าเดิม ดังนั้นการตรวจเจอเร็วและรักษาเร็วคือหัวใจสำคัญ

สรุปบทความ

 

ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้นการหมั่นสังเกตอาการผิดปกติและดูแลสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี มองเห็นโลกใบนี้ได้อย่างชัดเจนไปอีกนาน หากพบความผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปตาด้านอื่น ๆ สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา หนังตาตกในผู้สูงอายุจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว และกำจัดถุงไขมันใต้ตา เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ

ที่มา : -