ปัญหาหนังตาตกเป็นปัญหาที่พบบ่อยในคนไทย โดยเฉพาะการทำตาสองชั้นที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดภาวะหางตาตกได้ การยกหางตาด้วยวิธีต่าง ๆ จะช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณหางตาที่ส่งผลให้ใบหน้าดูแก่และอ่อนล้าให้ดวงตาดูสดใส เปิดมุมมองการมองเห็นให้กว้างขึ้น และช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ปัจจุบันมีวิธีการยกหางตาหลากหลายรูปแบบให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
ปัญหาหางตาตก หรือผิวหนังบริเวณรอบดวงตาหย่อนคล้อย เป็นปัญหาที่มักพบได้บ่อยเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากผิวบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางและสูญเสียความยืดหยุ่นได้ง่าย การยกหางตาจึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างรอบดวงตาที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนังตาตกลงมาบดบังทัศนวิสัยทำให้การมองเห็นแคบลง ปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ถุงใต้ตา รวมถึงความหย่อนคล้อยที่ทำให้ใบหน้าดูหงอยเหงา อ่อนล้า หรือดูมีอายุมากกว่าวัย การแก้ไขจุดนี้จะช่วยคืนความสมดุลให้บริเวณรอบดวงตาได้อย่างตรงจุด
การยกหางตาไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขปัญหาด้านความงาม แต่ยังมีข้อดีที่ช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพและการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนี้
ปัญหาหนังตาตกและหางตาตกสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามสาเหตุของการเกิด ได้แก่ หนังตาตกจากเปลือกตาหย่อนและหนังตาตกจากกล้ามเนื้อเปลือกตา ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะอาการและวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน เราจึงความทำความเข้าใจประเภทของปัญหาเพื่อช่วยเลือกวิธียกหางตาได้อย่างเหมาะสม
หนังตาตกจากเปลือกตาหย่อนเป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวหนังและเนื้อเยื่อรอบดวงตาตามธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้นผิวจะสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินที่ช่วยให้ผิวเต่งตึง ทำให้เกิดความหย่อนคล้อยของผิวหนังบริเวณเปลือกตาและหางตา นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกอื่น ๆ เช่น การนอนดึก ความเครียด แสงแดด และมลภาวะ ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหาเปลือกตาหย่อนได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ดวงตาดูอ่อนล้า ไม่สดใส และทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าอายุจริง
หนังตาตกจากกล้ามเนื้อเปลือกตาเป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Levator muscle) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเปิดปิดของเปลือกตา สาเหตุอาจเกิดจากความเสื่อมของกล้ามเนื้อตามวัย โรคทางระบบประสาท หรือการบาดเจ็บ ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถยกเปลือกตาได้เต็มที่ ส่งผลให้เกิดอาการหนังตาตก มองเห็นได้ไม่ชัดเจน ต้องเงยหน้าหรือเลิกหน้าผากเพื่อให้มองเห็นได้ดีขึ้น
การยกหางตามีหลากหลายวิธีให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การเลือกวิธียกหางตาควรพิจารณาจากสาเหตุของปัญหา ความรุนแรง และความพร้อมของผู้เข้ารับการรักษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและตรงตามความต้องการ
การยกหางตาด้วยเครื่องยกกระชับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้พลังงานความร้อนและคลื่นวิทยุในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหางตาตกในระดับเบาถึงปานกลาง โดยความร้อนจะช่วยกระชับเนื้อเยื่อและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวบริเวณหางตากระชับขึ้น ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และใช้เวลาพักฟื้นน้อย แต่อาจต้องทำหลายครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
การยกหางตาด้วยการร้อยไหมเป็นวิธีที่ใช้ไหมพิเศษสอดใต้ผิวหนังเพื่อยกและกระชับบริเวณหางตา ไหมที่ใช้จะมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและค่อยๆ ละลายไปตามธรรมชาติ วิธีนี้ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและสามารถปรับแต่งความกระชับได้ตามต้องการ ผลการรักษาสามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้และการดูแลหลังการรักษา
การฉีดโบท็อกซ์ยกหางตาเป็นวิธีที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์รวดเร็วและไม่ต้องการการพักฟื้นนาน โบท็อกซ์จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ดึงให้หางตาตก พร้อมกับยกกล้ามเนื้อบริเวณหางคิ้วให้สูงขึ้น ทำให้ดวงตาดูสดใสและเปิดกว้างขึ้น ผลการรักษาจะเห็นได้ภายใน 3-7 วัน และอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน จึงต้องทำซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์
การฉีดฟิลเลอร์ยกหางตาเป็นวิธีที่ช่วยเติมเต็มปริมาตรที่สูญเสียไปในบริเวณหางตาและขมับ ฟิลเลอร์ที่ใช้จะมีคุณสมบัติพิเศษที่เหมาะสำหรับบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะ การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยยกและกระชับผิวบริเวณหางตา พร้อมทั้งลดเลือนร่องลึกและริ้วรอย ทำให้ดวงตาดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น ผลการรักษาสามารถอยู่ได้นาน 6-12 เดือน
การศัลยกรรมยกหางตาหรือที่เรียกกันว่า Subbrow Lift เป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ถาวรที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหางตาตกในระดับรุนแรง แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อกำจัดผิวหนังส่วนเกิน ปรับโครงสร้างกล้ามเนื้อ และยกกระชับเนื้อเยื่อบริเวณหางตา การผ่าตัดจะใช้เทคนิคพิเศษในการซ่อนแผลไว้ใต้ท้องคิ้ว ทำให้แทบไม่เห็นรอยแผลเมื่อหายสนิท ระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์
การศัลยกรรมยกคิ้ว หรือ การส่องกล้องยกคิ้ว เป็นเทคนิคการผ่าตัดที่เน้นการยกกระชับผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณหน้าผากที่ตกลงมาให้ยกสูงขึ้น โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดดึงรั้งเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก และใช้วัสดุทางการแพทย์ไปยึดติดกับโครงสร้างที่แข็งแรง วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาหางตาตก คิ้วตก พื้นที่ระหว่างตากับคิ้วแคบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยบริเวณหน้าผาก คิ้วตกค่อนข้างมาก รวมถึงคนที่ต้องการเพิ่มพื้นที่ระหว่างตากับคิ้วมากขึ้น และต้องการการตกคิ้วที่เป็นธรรมชาติ
การทำซ่อนแผลใต้คิ้วและการส่องกล้องยกคิ้ว สามารถทำร่วมกันได้ เนื่องจากเป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาบริเวณคิ้วและเปลือกตาเหมือนกัน แต่ทำงานคนละจุด จึงสามารถเสริมผลลัพธ์ให้ดวงตาดูยกกระชับและเปิดมากขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางและมีความซับซ้อน การแก้ไขปัญหาหนังตาตกหรือการดึงหางตาจึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ Sky Clinic ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เข้ากับรูปหน้าของแต่ละบุคคล ด้วยการดูแลจากทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ
สำหรับอัตราค่าบริการศัลยกรรมยกหางตาและดึงหางตาที่ Sky Clinic อาจมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือกใช้และความซับซ้อนของปัญหาในแต่ละบุคคล เนื่องจากโครงสร้างชั้นตาและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและดวงตาก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด
การยกหางตาเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของหางตาที่มีหลากหลายทางเลือก ตั้งแต่วิธีไม่ผ่าตัดอย่างการใช้เครื่องยกกระชับ การร้อยไหม การฉีดโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์ ไปจนถึงการผ่าตัดที่ให้ผลลัพธ์ถาวร การเลือกวิธีที่เหมาะสมควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพปัญหาและวางแผนการรักษาให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่สนใจยกหางตาสามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว จัดเรียงไขมันใต้ตา กำจัดถุงใต้ตา และการส่องกล้องยกคิ้วเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาได้เลย
ระหว่างการผ่าตัดจะมีการฉีดยาชาเพื่อลดความเจ็บปวด ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ หลังทำอาจมีอาการตึงหรือปวดระบมเล็กน้อย ซึ่งสามารถรับประทานยาบรรเทาอาการได้
โดยทั่วไปจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ อาการบวมช้ำจะค่อย ๆ ดีขึ้นและยุบตัวลงตามลำดับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลและการดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกวิธี
การศัลยกรรมดึงหางตาหรือยกหางตาให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานหลายปี อย่างไรก็ตาม ผิวหนังอาจมีการหย่อนคล้อยลงได้อีกตามกาลเวลาและอายุที่เพิ่มมากขึ้น
แพทย์จะใช้เทคนิคซ่อนรอยแผลไว้ในบริเวณที่สังเกตเห็นได้ยาก เช่น ซ่อนใต้ขอบคิ้ว หรือซ่อนตามรอยพับชั้นตา เมื่อแผลหายสนิทแล้ว รอยแผลจะจางลงจนแทบสังเกตไม่เห็น