ตากระตุกเกิดจากอะไร ทำอย่างไรถึงจะหายกระตุก
icon  icon
ใต้ตากระตุกเกิดจากอะไร

ตากระตุกเกิดจากอะไร เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์ มีวิธีรักษาอย่างไร

อาการตากระตุกเป็นปัญหาที่หลายคนเคยพบเจอ บางครั้งเกิดขึ้นแค่ไม่กี่วินาทีแล้วหายไป แต่บางครั้งก็เกิดขึ้นบ่อยและต่อเนื่องจนรู้สึกรำคาญ หรือกังวลว่าอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง แต่จริง ๆ แล้วสาเหตุที่ตากระตุกมีหลายปัจจัย แต่ส่วนใหญ่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีง่าย ๆ มาทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีการรักษาที่เหมาะสมกัน

ใต้ตากระตุกคืออะไร

ใต้ตากระตุกหรือในทางการแพทย์เรียกว่า "กล้ามเนื้อเปลือกตาเขม่น" (Eyelid Myokymia) เป็นอาการที่กล้ามเนื้อเปลือกตาล่างหรือบริเวณหนังใต้ตาเกิดการหดตัวโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ ลักษณะเปลือกตากระตุกหรือสั่นเป็นจังหวมักเกิดเพียงข้างเดียวและมีระยะเวลาสั้น ๆ ตั้งแต่ไม่กี่วินาทีไปจนถึงหลายนาที บางรายอาจเป็นเพียงครั้งคราว แต่บางรายอาจเกิดต่อเนื่องหลายวันหรือหลายสัปดาห์ แม้อาการนี้จะทำให้รู้สึกรำคาญ แต่ส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตรายและหายได้เอง

 เปลือกตาบนกระตุกกับใต้ตากระตุก ต่างกันอย่างไร

เปลือกตาบนกระตุกและใต้ตากระตุกมีลักษณะอาการและสาเหตุเบื้องต้นที่คล้ายคลึงกัน โดยเกิดจากการหดตัวผิดปกติของกล้ามเนื้อรอบดวงตา แต่ความแตกต่างจะอยู่ที่ตำแหน่งและสาเหตุ โดยใต้ตากระตุกอาจเกิดจากความเหนื่อยล้าของสายตาจากการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ในขณะที่เปลือกตาบนกระตุกอาจพบได้บ่อยกว่าเมื่อมีความเครียดสะสมหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ทั้งสองตำแหน่งมักไม่อันตรายและสามารถหายได้เองเมื่อร่างกายได้รับการพักผ่อน แต่หากมีอาการรุนแรงจนตาปิดสนิทควรรีบพบแพทย์

สาเหตุที่ตากระตุกมีอะไรบ้าง

สาเหตุที่ตากระตุกมีได้หลายปัจจัย โดยส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกและพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรงเสมอไป และสามารถบรรเทาได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง มาดูสาเหตุที่พบได้บ่อยกัน

ความเครียด

เมื่อเราเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยเฉพาะบริเวณที่มีกล้ามเนื้อบางและอ่อนไหวอย่างรอบดวงตา การที่เรามีใต้ตากระตุกบ่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังต้องการการพักผ่อนและการผ่อนคลาย 

อาการเมื่อยล้าทางสายตา

การใช้สายตาเพ่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตเป็นเวลานาน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการตากระตุก กล้ามเนื้อรอบดวงตาต้องทำงานหนักเมื่อเราจ้องมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งนาน ๆ โดยเฉพาะในระยะใกล้ ทำให้เกิดความเมื่อยล้าและนำไปสู่การกระตุกได้

ตาแห้ง

เมื่อดวงตาขาดความชุ่มชื้นจะเกิดการระคายเคืองและกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรอบดวงตากระตุกเพื่อพยายามเพิ่มการกะพริบตา สาเหตุของตาแห้งอาจเกิดจากสภาพแวดล้อมที่มีอากาศแห้ง การใช้เครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน การจ้องหน้าจอทำให้ลดการกะพริบตา หรือการสวมคอนแทคเลนส์ ผู้ที่มีอาการตาแพ้แสงก็มักมีปัญหาตาแห้งร่วมด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่สาเหตุที่ทำให้ตากระตุกได้เช่นกัน

สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์

การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลต่อระบบประสาทและการทำงานของกล้ามเนื้อในร่างกาย นิโคตินในบุหรี่เป็นสารกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการหนังใต้ตากระตุก เนื่องจากมีผลต่อการส่งสัญญาณประสาทไปยังกล้าม เนื้อ ส่วนแอลกอฮอล์เป็นสารกดประสาทที่ทำให้การควบคุมกล้ามเนื้อทำได้ไม่ดี นอกจากนี้ ทั้งบุหรี่และแอลกอฮอล์ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำและวิตามินบี ซึ่งอาจทำให้เกิดสาเหตุที่ตากระตุกได้ง่ายขึ้น

ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป

คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นที่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง การดื่มกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มชูกำลังที่มีคาเฟอีนในปริมาณมากหรือต่อเนื่องอาจกระตุ้นให้เกิดอาการตากระตุกได้ โดยคาเฟอีนทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น และส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ 

โรคภูมิแพ้

เมื่อเราแพ้สิ่งกระตุ้นต่าง ๆ เช่น ฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ หรือขนสัตว์ ร่างกายจะหลั่งฮิสตามินซึ่งทำให้เกิดอาการคัน น้ำตาไหล และระคายเคืองบริเวณดวงตา การขยี้ตาเพื่อบรรเทาอาการคันอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกล้ามเนื้อรอบดวงตาและนำไปสู่อาการตากระตุกได้ 

เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์

แม้ว่าอาการใต้ตากระตุกส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายและหายได้เอง แต่มีบางกรณีเราก็ควรไปพบจักษุแพทย์ที่คลินิกทำตาเพื่อเช็กอาการ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการตากระตุกเป็นเวลาต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ หรือมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ หากเราสังเกตเห็นว่าเปลือกตาปิดสนิทจนมองไม่เห็น หรือมีอาการกระตุกที่ส่วนอื่นของใบหน้า เช่น มุมปาก หรือคาง ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท เช่น โรคกล้ามเนื้อใบหน้ากระตุก หรือโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้ 

การดูแลรักษาอาการตากระตุก

การดูแลรักษาอาการตากระตุก

การรักษาอาการตากระตุกขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ ส่วนใหญ่สามารถบรรเทาได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ที่ทำได้เองที่บ้าน แต่หากอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง อาจต้องพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม มาดูวิธีการรักษาที่พบบ่อยกัน

พักสายตา

การพักสายตาเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดีในการบรรเทาอาการตากระตุกที่เกิดจากความเมื่อยล้าทางสายตา เราควรหยุดพักการใช้สายตาจากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ทุก ๆ 20 นาที โดยมองออกไปในระยะไกลอย่างน้อย 20 วินาที และพยายามกะพริบตาบ่อย ๆ เพื่อให้ดวงตาได้รับความชุ่มชื้น การประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นหรือถุงน้ำแข็งห่อผ้า ประมาณ 5-10 นาที ก็ช่วยบรรเทาอาการได้ 

ใช้น้ำตาเทียม

น้ำตาเทียมจะช่วยบรรเทาอาการตากระตุกที่เกิดจากภาวะตาแห้ง น้ำตาเทียมจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา ลดการระคายเคือง และลดความจำเป็นที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาต้องกระตุกเพื่อกระตุ้นการผลิตน้ำตา เราสามารถใช้น้ำตาเทียมได้หลายครั้งต่อวันตามความจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกว่าตาแห้ง หรือหลังจากใช้สายตามองหน้าจอเป็นเวลานาน ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ควรเลือกน้ำตาเทียมที่เหมาะสำหรับการใช้กับคอนแทคเลนส์โดยเฉพาะ

การกินยา

แพทย์อาจพิจารณาให้ยาคลายกังวลหรือยานอนหลับในระยะสั้น เพื่อช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ในกรณีที่สาเหตุที่ตากระตุกเกิดจากการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด เช่น วิตามินบี 12 แมกนีเซียม หรือโพแทสเซียม แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานอาหารเสริมหรือปรับเปลี่ยนอาหารที่รับประทาน นอกจากนี้ ยังมียาเฉพาะที่อาจช่วยบรรเทาอาการกระตุกได้ แต่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น

การฉีด Botox

สำหรับผู้ที่มีอาการตากระตุกรุนแรงหรือเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น การฉีด Botox (โบทูลินัม ท็อกซิน) อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โบท็อกซ์จะช่วยลดการส่งสัญญาณประสาทไปยังกล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการกระตุก ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและหยุดกระตุก การฉีดโบท็อกซ์ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และผลการรักษามักอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน หลังจากนั้นอาจต้องฉีดซ้ำหากอาการกลับมาเป็นอีก 

สรุปบทความ

ใต้ตากระตุกเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต

อาการตากระตุกเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวันมักมีปัจจัยกระตุ้น เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการใช้สายตามากเกินไป การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพตาอย่างเหมาะสมสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ แต่หากมีอาการรุนแรงหรือเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง หากต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามบทความเกี่ยวกับโรคทางตาและปัญหาสุขภาพดวงตาอื่น ๆ เพื่อเป็นแนวทางดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ สำหรับผู้ที่สนใจแก้ปัญหาเกี่ยวกับตาด้านอื่น ๆ สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว และกำจัดถุงไขมันใต้ตา เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตากระตุก

ตากระตุกกี่วันหาย ถ้าไม่หายสักทีควรทำอย่างไร

อาการตากระตุกทั่วไปมักหายได้เองภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น พักผ่อนให้เพียงพอและลดการใช้สายตาจากหน้าจอ แต่หากอาการกระตุกเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีความรุนแรงจนเปลือกตาปิดสนิท ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด 

ตากระตุกเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงหรือไม่

ส่วนใหญ่อาการตากระตุกไม่ใช่สัญญาณของโรคร้ายแรง มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ความเครียด อดนอน หรือดื่มคาเฟอีนมากเกินไป แต่ในกรณีที่พบได้น้อย หากมีการกระตุกรุนแรงร่วมกับกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางระบบประสาทที่ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์

ตากระตุกข้างเดียวต่อเนื่องหลายสัปดาห์ อันตรายไหม

การที่ตากระตุกข้างเดียวต่อเนื่องหลายสัปดาห์เป็นสัญญาณที่ควรเฝ้าระวัง แม้อาจไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่อาจบ่งชี้ถึงภาวะกล้ามเนื้อใบหน้ากระตุกครึ่งซีก (Hemifacial Spasm) ซึ่งเกิดจากการระคายเคืองของเส้นประสาท หากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการมองเห็นจึงควรปรึกษาแพทย์

ควรกินวิตามินอะไรเพื่อช่วยลดอาการตากระตุก

การขาดแร่ธาตุและวิตามินบางชนิดอาจกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกระตุกได้ แนะนำให้รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียม โพแทสเซียม และแคลเซียม ซึ่งช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ วิตามินบี 12 ยังมีส่วนช่วยบำรุงเส้นประสาทให้ทำงานได้อย่างปกติและลดอาการกระตุกได้

ฉีดโบท็อกซ์แก้ตากระตุกอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องฉีดซ้ำบ่อยไหม

การฉีดโบท็อกซ์เพื่อรักษาอาการตากระตุกรุนแรงจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว โดยผลลัพธ์มักอยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน เมื่อฤทธิ์ยาหมด อาการกระตุกอาจกลับมาอีก ผู้ป่วยจึงมักจำเป็นต้องกลับมาฉีดซ้ำตามระยะเวลาที่แพทย์ประเมิน ทั้งนี้ความถี่จะขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละบุคคล

ที่มา : -