ดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างของหัวใจ และเป็นจุดดึงดูดสายตาจุดแรกบนใบหน้า การมีดวงตาที่ดูกลมโต สดใส ย่อมช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูเป็นมิตรและเพิ่มความมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาตาเล็ก ตาตี่ หรือชั้นตาหลบใน ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะปัจจุบันมีเทคนิคการแต่งหน้าที่เปรียบเสมือนเวทมนตร์ ช่วยพรางตาให้ดูมีมิติขึ้นได้ บทความนี้ Sky Clinic จะพาไปเจาะลึกวิธีแต่งตาให้ดูโตแบบสเต็ปต่อสเต็ป ที่แม้แต่มือใหม่เพิ่งหัดแต่งหน้าก็สามารถทำตามได้อย่างง่ายดาย เพื่อเนรมิตดวงตาคู่สวยให้โดดเด่นในทุก ๆ วัน
สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มหัดแต่งหน้าและยังจับจุดไม่ถูก การเปลี่ยนดวงตาให้ดูกลมโตและมีมิติขึ้นไม่ได้อาศัยเทคนิคที่ซับซ้อน เพียงแค่รู้เคล็ดลับการใช้สีและแสงเงา ก็สามารถปรับรูปตาให้ดูเปิดกว้างขึ้นได้ด้วย 5 ขั้นตอนพื้นฐานดังต่อไปนี้
การสร้างกระบอกตาหรือการคัดเบ้า คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ดวงตาดูลึกและมีมิติมากขึ้น แนะนำให้ใช้แปรงหัวพุ่มขนนุ่มแตะอายแชโดว์สีน้ำตาลเนื้อแมตต์ (แบบไม่มีชิมเมอร์) ค่อย ๆ เกลี่ยบริเวณรอยพับเปลือกตาเบา ๆ เพื่อสร้างเงาจำลอง เทคนิคนี้จะช่วยลดความบวมของเปลือกตาและทำให้โครงสร้างตาดูชัดเจนขึ้น
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการเขียนขอบตาด้วยสีดำสนิทจะทำให้ตาดูโต แต่ในความเป็นจริง การใช้สีเข้มจะยิ่งตีกรอบให้ดวงตาดูเล็กลง วิธีที่ถูกต้องคือการใช้อายไลน์เนอร์ชนิดดินสอสีขาว สีเนื้อ หรือสีแชมเปญ ระบายบริเวณขอบตาด้านใน (Waterline) ของตาล่าง สีอ่อนจะช่วยพรางตาให้พื้นที่ตาขาวดูกว้างขึ้น ส่งผลให้ดวงตาดูกลมโตและสว่างสดใส
จุดเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามคือบริเวณหัวตา การแต้มไฮไลต์หรืออายแชโดว์ที่มีประกายชิมเมอร์เม็ดละเอียดสีสว่างลงไปบริเวณหัวตา จะช่วยดึงแสงให้ตกกระทบ ทำให้ดวงตาดูสดใสเปล่งประกาย และพรางระยะห่างระหว่างหัวตาทั้งสองข้างให้ดูสมดุลมากยิ่งขึ้น
การติดขนตาปลอมแบบแพหนาทึบอาจทำให้เปลือกตาดูหนักและบดบังชั้นตาจนดูเล็กลงกว่าเดิม แนะนำให้เลือกใช้ขนตาปลอมแบบจับเป็นช่อ ๆ หรือแบบที่มีความสั้นยาวสลับกัน เพื่อให้ดูโปร่งและเป็นธรรมชาติ
ซึ่งจะช่วยยกหางตาและเปิดเปลือกตาให้ดูเบิกกว้างขึ้น
อย่าละเลยขนตาล่างเด็ดขาด เพราะการปัดมาสคาร่าที่ขนตาล่างจะช่วยสร้างความสมดุลให้กับดวงตาทั้งบนและล่าง ทำให้ตาดูเปิดกว้างขึ้นในแนวตั้ง ควรเลือกใช้มาสคาร่าหัวแปรงเล็กที่ออกแบบมาสำหรับขนตาล่างโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการเลอะเป็นคราบระหว่างวัน
เมื่อรู้เทคนิคพื้นฐานกันไปแล้ว ลองนำมาประยุกต์ใช้กับสไตล์การแต่งหน้าที่เข้ากับบุคลิกและโอกาสต่าง ๆ
โดยลุคยอดฮิตที่ช่วยเสริมให้ดวงตาดูโดดเด่น มีดังนี้
เหมาะสำหรับวันสบาย ๆ หรือ Everyday Look เน้นการใช้อายแชโดว์สีเอิร์ธโทน เช่น สีพีชอ่อน สีน้ำตาลอมส้ม เกลี่ยเบา ๆ ให้ทั่วเปลือกตา กรีดอายไลน์เนอร์เส้นบางเฉียบชิดโคนขนตามากที่สุด และดัดขนตาให้งอนเด้งพร้อมปัดมาสคาร่าบาง ๆ ให้ลุคที่ดูสะอาดตาและอ่อนวัย
เน้นความแวววาวและดวงตาที่ดูออดอ้อนแบบสาวเกาหลี โดยใช้โทนสีชมพูหรือส้มคอรัล เติมกลิตเตอร์วิบวับกลางเปลือกตา จุดเด่นของลุคนี้คือการสร้าง “ดอลลี่อาย” (Aegyo Sal) หรือถุงใต้ตาจำลอง โดยใช้สีน้ำตาลอ่อนวาดเป็นเงาบาง ๆ ใต้ตา แล้วเติมชิมเมอร์สว่างบริเวณเนื้อถุงใต้ตา ช่วยให้ดวงตาดูกลมแบ๊วและมีเสน่ห์
สำหรับวันที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจ ลุคนี้จะเน้นการใช้อายไลน์เนอร์สีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ กรีดวิงหางตาให้เฉียงขึ้นไปด้านบนเล็กน้อย (Cat Eye) และคัดเบ้าตาให้ลึกขึ้นด้วยสีน้ำตาลเข้มบริเวณหางตา ช่วยพรางตาให้ดูยาวและเฉี่ยวคมขึ้น เหมาะกับคนที่มีปัญหาตาตก
เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง โดยเน้นความฟุ้งละมุนแบบไม่ได้ตั้งใจ ใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลตุ่น ๆ หรือ โทนสีหม่นเบลนด์บริเวณขอบตาล่างให้ดูฟุ้งกระจาย คล้ายคนง่วงนอนแต่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่น่าค้นหา
ลุคนี้จะช่วยขยายขอบเขตของดวงตาให้ดูโตขึ้นแบบมีสไตล์
ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบความโดดเด่นสะดุดตา เน้นการแต่งตาแบบ Cut Crease หรือการตัดขอบชั้นตาให้ดูคมกริบ ใช้โทนสีเข้มและเนื้อแมตต์ในการสร้างกระบอกตา กรีดอายไลน์เนอร์เส้นหนาและคมชัด พร้อมติดขนตาปลอมที่งอนฟู ลุคนี้จะเปลี่ยนโครงสร้างดวงตาให้ดูลึกและโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
วิธีแต่งตาให้ดูโตเป็นเทคนิคการพรางตาด้วยสีและแสงเงา ซึ่งให้ผลลัพธ์แบบชั่วคราว สามารถเปลี่ยนลุคได้หลากหลายตามความต้องการ แต่ต้องอาศัยเวลาและความชำนาญในการแต่งหน้าทุกวัน ในขณะที่การทำตาสองชั้นเป็นการปรับแก้โครงสร้างทางกายวิภาคของดวงตาด้วยกระบวนการทางการแพทย์ เพื่อสร้างรอยพับชั้นตาใหม่ หรือนำหนังตาและไขมันส่วนเกินออก ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนาน ช่วยแก้ไขปัญหาตาตี่ ตาหลบใน ได้อย่างตรงจุด ทำให้ดวงตาดูกลมโตและสดใสขึ้นตลอดเวลาแม้ไม่ได้แต่งหน้า
แม้การแต่งหน้าจะช่วยพรางตาให้ดูโตขึ้นได้ แต่ในบางกรณี ปัญหาโครงสร้างดวงตาอาจเป็นอุปสรรคที่เมกอัพไม่สามารถแก้ไขได้หมด หากต้องใช้เวลาแต่งหน้านานมากในแต่ละวันเพื่อติดสติกเกอร์ตาสองชั้นจนผิวหนังเปลือกตาระคายเคือง หรือมีภาวะหนังตาตกหย่อนคล้อยลงมาทับดวงตาจนบดบังการมองเห็น
ชั้นตาหลบในมากจนกรีดอายไลน์เนอร์แล้วเลอะเปื้อนตลอดเวลา รวมถึงผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ทำให้หน้าดูง่วงซึม การพิจารณาปรับโครงสร้างตาด้วยวิธีทางการแพทย์อาจเป็นทางออกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ดีกว่า
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกในการปรับรูปตาให้สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ การปรึกษาคลินิกทำตาที่ดูแลโดยจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ที่ Sky Clinic เราเน้นการประเมินปัญหาแบบ Case by Case เพราะดวงตาของแต่ละคนมีโครงสร้างที่แตกต่างกัน แพทย์จะวิเคราะห์ตั้งแต่สัดส่วนใบหน้า ปริมาณไขมัน และการทำงานของกล้ามเนื้อตา เพื่อออกแบบรูปตาให้ดูกลมโต สดใส เข้ากับใบหน้าอย่างลงตัว พร้อมให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและการดูแลอย่างใกล้ชิด
เพื่อคลายข้อสงสัยและช่วยให้การแต่งตาเป็นเรื่องง่ายขึ้น รวบรวมคำถามที่หลายคนมักสงสัยเกี่ยวกับ
การแต่งหน้ามาตอบกันตรงนี้
สามารถทำได้อย่างแน่นอน แนะนำให้ใช้สติกเกอร์ติดตาสองชั้นเพื่อสร้างรอยพับตาชั่วคราว จากนั้นเน้นการแต่งตาด้วยการเกลี่ยอายแชโดว์สีเข้มบริเวณชิดโคนขนตาให้ฟุ้งขึ้นไป และกรีดอายไลน์เนอร์เส้นหนาบริเวณหางตา จะช่วยให้ตาชั้นเดียวดูมีมิติและเปิดกว้างขึ้น
เพื่อความเป็นธรรมชาติและช่วยให้ดวงตาดูละมุน ไม่ดุจนเกินไป ควรเลือกใช้อายไลน์เนอร์สีน้ำตาลเข้มหรือสีน้ำตาลอมเทาแทนสีดำสนิท และหากต้องการให้ตาดูสดใส ให้ใช้สีขาวหรือสีนู้ดเขียนที่ขอบตาล่างด้านใน
หากลองแต่งตาหรือใช้สติกเกอร์ตาสองชั้นแล้วพบว่าชั้นตายังดูไม่ชัด หรือผิวเปลือกตามีไขมันหนามากจนดันสติกเกอร์หลุด การเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างดวงตาและหาแนวทางแก้ไขที่ตรงจุด ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความยุ่งยากในชีวิตประจำวันได้
วิธีแต่งตาให้ดูโตเป็นศิลปะที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพให้ดูสดใสขึ้นได้ในทุก ๆ วัน เพียงแค่เข้าใจเทคนิคการลงสี การเขียนอายไลน์เนอร์ และการเลือกขนตาที่เหมาะสม ก็สามารถเนรมิตดวงตาให้โดดเด่นได้ตามลุคที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม หากปัญหาดวงตามีสาเหตุมาจากโครงสร้างชั้นตาที่หย่อนคล้อยหรือตาตี่จนแต่งหน้าได้ยาก การปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อหาแนวทางปรับโครงสร้างตา ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คุณตื่นมาพร้อมกับดวงตาที่สวยงามและพร้อมใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น