ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด หลายครั้งที่ความผิดปกติภายในดวงตาไม่ได้แสดงอาการออกมาให้เราเห็นในทันที หนึ่งในภาวะที่น่ากังวลและเปรียบเสมือนภัยเงียบคือ "ความดันลูกตาสูง" ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการตรวจเช็กหรือรักษาอย่างถูกต้องจากจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการ อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรหรือโรคต้อหินได้ บทความนี้ Sky Clinic จะพาไปทำความเข้าใจว่าภาวะนี้คืออะไร สาเหตุเกิดจากไหน และใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ความดันลูกตาสูง คือภาวะที่ความดันภายในลูกตามีค่าสูงกว่าระดับปกติ (โดยทั่วไปค่าปกติจะอยู่ที่ 12 - 20 มิลลิเมตรปรอท) หากวัดค่าได้ตั้งแต่ 21 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป จะถือว่าเข้าข่ายภาวะความดันในลูกตาสูง ซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลระหว่างการผลิตน้ำเลี้ยงลูกตาและการระบายน้ำออกจากดวงตา แม้ในระยะแรกอาจจะยังไม่ทำลายเส้นประสาทตาจนกลายเป็นต้อหิน แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่าดวงตาของเรากำลังเผชิญกับความเสี่ยง
หลายคนอาจสงสัยว่าความดันลูกตาสูงเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง หลัก ๆ แล้วเกิดจากการไหลเวียนของของเหลวในลูกตาที่ชื่อว่า "น้ำเลี้ยงลูกตา" (Aqueous Humor) ทำงานผิดปกติไป ซึ่งมีปัจจัยกระตุ้นได้หลายรูปแบบ ดังนี้
ภายในดวงตาจะมีการผลิตน้ำเลี้ยงลูกตาออกมาตลอดเวลาเพื่อคงรูปทรงของลูกตาและส่งสารอาหาร แต่หากร่างกายผลิตน้ำเลี้ยงนี้ออกมาในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น จนระบบระบายน้ำที่มีอยู่เดิมรับไม่ไหว ก็จะทำให้เกิดการสะสมและกลายเป็นภาวะความดันตาสูงขึ้น
แม้จะผลิตน้ำเลี้ยงลูกตาในปริมาณปกติ แต่หากช่องทางการระบายน้ำ (มุมตา) เกิดการอุดตัน หรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ของเหลวก็จะถูกขังอยู่ภายใน เหมือนท่อน้ำที่อุดตันจนทำให้น้ำเอ่อล้นและสร้างแรงดันมหาศาลภายในดวงตา
อุบัติเหตุที่เกิดกับดวงตา เช่น การถูกกระแทกอย่างแรง หรือแม้แต่ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดรักษาโรคตาบางชนิด อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างภายใน ทำให้ระบบการไหลเวียนน้ำเลี้ยงเปลี่ยนไป นอกจากนี้พฤติกรรมเสี่ยงอย่างการขยี้ตาแรง ๆ บ่อยครั้งก็อาจส่งผลเสียต่อความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในดวงตาได้
การใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ไม่ว่าจะเป็นยาหยอดตา ยาพ่น หรือยารับประทาน ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน มีผลข้างเคียงที่สำคัญคืออาจทำให้ความดันตาเพิ่มสูงขึ้นได้ ดังนั้นการใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ชำนาญการเสมอ
ภาวะความดันตาสูงไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่มีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เรามีความเสี่ยงมากกว่าปกติ ซึ่งการรู้ตัวล่วงหน้าจะช่วยให้ป้องกันได้ทันท่วงที
เมื่ออายุมากขึ้น ระบบต่าง ๆ ในร่างกายรวมถึงดวงตาจะเริ่มเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ นอกจากนี้หากเรามีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหินหรือมีความดันตาสูง เราก็จะมีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ลักษณะทางกายภาพของดวงตาในผู้ที่มีค่าสายตาผิดปกติมาก ๆ เช่น สายตาสั้นมาก มักจะมีโครงสร้างลูกตาที่เปลี่ยนไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการระบายน้ำเลี้ยงลูกตาได้ยากกว่าคนปกติ
โรคระบบหลอดเลือดและระดับน้ำตาลในเลือดมีผลโดยตรงต่อสุขภาพดวงตา ผู้ที่เป็นเบาหวานอาจพบภาวะแทรกซ้อนที่จอประสาทตา ซึ่งส่งผลให้ความดันตาสูงขึ้นตามมาได้
หากเราปล่อยให้ดวงตาเผชิญกับแรงดันที่สูงต่อเนื่องนาน ๆ อาจเกิดผลกระทบที่รุนแรงดังนี้
ความดันลูกตาสูง อาการในระยะแรกมั ไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน เราจะไม่รู้สึกปวดหรือตามัวจนกว่าความดันจะสูงมากหรือเส้นประสาทตาเริ่มถูกทำลาย การตรวจคัดกรองจึงเป็นวิธีเดียวที่จะทราบได้
ไม่เสมอไป ภาวะความดันตาสูงเป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของต้อหิน แต่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ชำนาญการเพิ่มเติมว่าเส้นประสาทตาของเราได้รับความเสียหายแล้วหรือยัง
ไม่ว่าเราจะวางแผนทำตาสองชั้น หรือรักษาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง การตรวจเช็กความดันตาและความแข็งแรงของดวงตาก่อนและหลังผ่าตัดเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างดวงตาพร้อมสำหรับการทำหัตถการและไม่มีภาวะแทรกซ้อนแฝงอยู่
ความดันในลูกตาสูงคือภัยเงียบที่ทำลายการมองเห็นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว การหมั่นสังเกตความผิดปกติและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยรักษาดวงตาคู่สำคัญให้อยู่กับเราไปได้นานแสนนาน
ที่ Sky Clinic เราพร้อมดูแลสุขภาพดวงตาของทุกคนโดยจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการ รวมถึงการแก้ไขปัญหาศัลยกรรมรอบดวงตา หากเรากำลังมองหาคลินิกทำตาที่ได้มาตรฐาน หรือกังวลเรื่องสุขภาพดวงตา สามารถเข้ามาปรึกษาเราได้ที่ Sky Clinic เพื่อรับการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดและแม่นยำได้