ความดันลูกตาสูง คืออะไร เกิดจากอะไร ใครเสี่ยงเป็นบ้าง
icon  icon
ความดันลูกตาสูง เกิดจาก

ความดันลูกตาสูง คืออะไร อันตรายแค่ไหน หากปล่อยไว้นานจะเกิดอะไร

 

ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด หลายครั้งที่ความผิดปกติภายในดวงตาไม่ได้แสดงอาการออกมาให้เราเห็นในทันที หนึ่งในภาวะที่น่ากังวลและเปรียบเสมือนภัยเงียบคือ "ความดันลูกตาสูง" ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการตรวจเช็กหรือรักษาอย่างถูกต้องจากจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการ อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรหรือโรคต้อหินได้ บทความนี้ Sky Clinic จะพาไปทำความเข้าใจว่าภาวะนี้คืออะไร สาเหตุเกิดจากไหน และใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ความดันลูกตาสูง คืออะไร

ความดันลูกตาสูง คือภาวะที่ความดันภายในลูกตามีค่าสูงกว่าระดับปกติ (โดยทั่วไปค่าปกติจะอยู่ที่ 12 - 20 มิลลิเมตรปรอท) หากวัดค่าได้ตั้งแต่ 21 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป จะถือว่าเข้าข่ายภาวะความดันในลูกตาสูง ซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลระหว่างการผลิตน้ำเลี้ยงลูกตาและการระบายน้ำออกจากดวงตา แม้ในระยะแรกอาจจะยังไม่ทำลายเส้นประสาทตาจนกลายเป็นต้อหิน แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่าดวงตาของเรากำลังเผชิญกับความเสี่ยง

ความดันลูกตาสูง เกิดจากอะไร

หลายคนอาจสงสัยว่าความดันลูกตาสูงเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง หลัก ๆ แล้วเกิดจากการไหลเวียนของของเหลวในลูกตาที่ชื่อว่า "น้ำเลี้ยงลูกตา" (Aqueous Humor) ทำงานผิดปกติไป ซึ่งมีปัจจัยกระตุ้นได้หลายรูปแบบ ดังนี้

การผลิตน้ำในลูกตามากเกินไป

ภายในดวงตาจะมีการผลิตน้ำเลี้ยงลูกตาออกมาตลอดเวลาเพื่อคงรูปทรงของลูกตาและส่งสารอาหาร แต่หากร่างกายผลิตน้ำเลี้ยงนี้ออกมาในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น จนระบบระบายน้ำที่มีอยู่เดิมรับไม่ไหว ก็จะทำให้เกิดการสะสมและกลายเป็นภาวะความดันตาสูงขึ้น

ระบบการระบายน้ำเลี้ยงลูกตาอุดตันหรือทำงานผิดปกติ

แม้จะผลิตน้ำเลี้ยงลูกตาในปริมาณปกติ แต่หากช่องทางการระบายน้ำ (มุมตา) เกิดการอุดตัน หรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ของเหลวก็จะถูกขังอยู่ภายใน เหมือนท่อน้ำที่อุดตันจนทำให้น้ำเอ่อล้นและสร้างแรงดันมหาศาลภายในดวงตา

การได้รับบาดเจ็บหรือการผ่าตัดดวงตา

อุบัติเหตุที่เกิดกับดวงตา เช่น การถูกกระแทกอย่างแรง หรือแม้แต่ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดรักษาโรคตาบางชนิด อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างภายใน ทำให้ระบบการไหลเวียนน้ำเลี้ยงเปลี่ยนไป นอกจากนี้พฤติกรรมเสี่ยงอย่างการขยี้ตาแรง ๆ บ่อยครั้งก็อาจส่งผลเสียต่อความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในดวงตาได้

การใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

การใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ไม่ว่าจะเป็นยาหยอดตา ยาพ่น หรือยารับประทาน ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน มีผลข้างเคียงที่สำคัญคืออาจทำให้ความดันตาเพิ่มสูงขึ้นได้ ดังนั้นการใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ชำนาญการเสมอ

ใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงความดันลูกตาสูง?


ภาวะความดันตาสูงไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่มีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้เรามีความเสี่ยงมากกว่าปกติ ซึ่งการรู้ตัวล่วงหน้าจะช่วยให้ป้องกันได้ทันท่วงที

ปัจจัยด้านอายุ (40 ปีขึ้นไป) และพันธุกรรม

เมื่ออายุมากขึ้น ระบบต่าง ๆ ในร่างกายรวมถึงดวงตาจะเริ่มเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ นอกจากนี้หากเรามีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหินหรือมีความดันตาสูง เราก็จะมีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้นมากหรือสายตายาวมาก

ลักษณะทางกายภาพของดวงตาในผู้ที่มีค่าสายตาผิดปกติมาก ๆ เช่น สายตาสั้นมาก มักจะมีโครงสร้างลูกตาที่เปลี่ยนไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการระบายน้ำเลี้ยงลูกตาได้ยากกว่าคนปกติ

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ

โรคระบบหลอดเลือดและระดับน้ำตาลในเลือดมีผลโดยตรงต่อสุขภาพดวงตา ผู้ที่เป็นเบาหวานอาจพบภาวะแทรกซ้อนที่จอประสาทตา ซึ่งส่งผลให้ความดันตาสูงขึ้นตามมาได้

ภาวะแทรกซ้อนจากความดันลูกตาสูง

หากเราปล่อยให้ดวงตาเผชิญกับแรงดันที่สูงต่อเนื่องนาน ๆ อาจเกิดผลกระทบที่รุนแรงดังนี้

  • โรคต้อหิน (Glaucoma) : แรงดันที่สูงจะไปกดทับและทำลายเส้นประสาทตา ทำให้สูญเสียการมองเห็นจากขอบนอกเข้าสู่ตรงกลาง
  • อาการปวดตาและตาแดง : บ่อยครั้งที่มีอาการ ตาแดง ร่วมกับอาการปวดตื้อ ๆ เนื่องจากแรงดันที่พุ่งสูงขึ้น
  • การมองเห็นพร่ามัว : อาจเห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ หรือมองภาพไม่ชัดเจนเหมือนปกติ
  • สูญเสียการมองเห็นถาวร : หากเส้นประสาทตาถูกทำลายไปแล้ว ไม่สามารถรักษาให้กลับมามองเห็นได้เหมือนเดิม

วิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันความเสี่ยงความดันลูกตาสูง

  • ตรวจสุขภาพตาประจำปี : โดยเฉพาะผู้ที่อายุเกิน 40 ปี หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรให้จักษุแพทย์ชำนาญการตรวจวัดความดันตาอย่างน้อยปีละครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาหยอดตาเอง : โดยเฉพาะยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ที่ไม่มีใบสั่งแพทย์
  • ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต : พักสายตาจากการทำงานหน้าจอ และไม่ควรทำงานในที่มืดนาน ๆ
  • ถนอมดวงตา : หลีกเลี่ยงการกระแทก และไม่ ขยี้ตา รุนแรงหากรู้สึกระคายเคือง
  • ควบคุมโรคประจำตัว : ดูแลระดับน้ำตาลและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความดันลูกตาสูง

ความดันลูกตาสูง มีอาการบอกเหตุล่วงหน้าไหม

ความดันลูกตาสูง อาการในระยะแรกมั ไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน เราจะไม่รู้สึกปวดหรือตามัวจนกว่าความดันจะสูงมากหรือเส้นประสาทตาเริ่มถูกทำลาย การตรวจคัดกรองจึงเป็นวิธีเดียวที่จะทราบได้

ถ้าตรวจพบว่าความดันตาสูง แปลว่าเป็นต้อหินแน่นอนหรือไม่

ไม่เสมอไป ภาวะความดันตาสูงเป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของต้อหิน แต่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ชำนาญการเพิ่มเติมว่าเส้นประสาทตาของเราได้รับความเสียหายแล้วหรือยัง

ทำไมคนที่ทำศัลยกรรมตา หรือมีปัญหาทางตาควรปรึกษาจักษุแพทย์

ไม่ว่าเราจะวางแผนทำตาสองชั้น หรือรักษาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง การตรวจเช็กความดันตาและความแข็งแรงของดวงตาก่อนและหลังผ่าตัดเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างดวงตาพร้อมสำหรับการทำหัตถการและไม่มีภาวะแทรกซ้อนแฝงอยู่

สรุปบทความ ความดันลูกตาสูง


ความดันในลูกตาสูงคือภัยเงียบที่ทำลายการมองเห็นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว การหมั่นสังเกตความผิดปกติและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยรักษาดวงตาคู่สำคัญให้อยู่กับเราไปได้นานแสนนาน 

ที่ Sky Clinic เราพร้อมดูแลสุขภาพดวงตาของทุกคนโดยจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการ รวมถึงการแก้ไขปัญหาศัลยกรรมรอบดวงตา หากเรากำลังมองหาคลินิกทำตาที่ได้มาตรฐาน หรือกังวลเรื่องสุขภาพดวงตา สามารถเข้ามาปรึกษาเราได้ที่ Sky Clinic เพื่อรับการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดและแม่นยำได้

ที่มา : -