น้ำตาไหลข้างเดียว เกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไร
icon  icon
น้ำตาไหลข้างเดียว

น้ำตาไหลข้างเดียว เกิดจากอะไร มีวิธีดูแลรักษาอย่างไรบ้าง

ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องดูแล แต่หลายครั้งเราอาจประสบปัญหาน้ำตาเอ่อล้นออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่ออาการนี้เกิดขึ้นเพียงข้างใดข้างหนึ่ง อาจสร้างความรำคาญและกังวลใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นที่ไม่ชัดเจนหรือเสียบุคลิกภาพ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อยามาหยอดเอง เราควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนว่าน้ำตาไหลข้างเดียวเกิดจากอะไร เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและทันท่วงที บทความนี้ จะพาไปเจาะลึกสาเหตุและแนวทางแก้ไขที่ถูกต้องครับ


สนใจปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญ

น้ำตาไหลข้างเดียว เกิดจากอะไร

สำหรับคำถามที่ว่าน้ำตาไหลข้างเดียวเกิดจากอะไรนั้น สาเหตุหลักมักเกิดจากความผิดปกติของระบบระบายน้ำตา ซึ่งอาจเกิดจากการสร้างน้ำตาที่มากเกินไปจากการระคายเคืองเฉพาะที่ เช่น มีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา ขนตาแยงตา หรือภาวะตาแห้งที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างน้ำตามาชดเชย แต่สาเหตุที่พบได้บ่อยและมีความซับซ้อนกว่าคือ "ภาวะท่อน้ำตาอุดตัน" ซึ่งทำให้น้ำตาไม่สามารถระบายลงสู่โพรงจมูกได้ตามปกติ ส่งผลให้มีน้ำตาเอ่อล้นตลอดเวลา หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่การติดเชื้อและอักเสบได้

อาการท่อน้ำตาอุดตัน

ภาวะท่อน้ำตาอุดตันเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำตาไหลพรากโดยไม่มีเรื่องเศร้า อาการนี้เกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงแค่ความเสื่อมตามวัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมและโรคประจำตัวบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างท่อน้ำตา หากเราสังเกตเห็นความผิดปกติเหล่านี้ ควรพิจารณาปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้

  • โรคต้อหินและการใช้ยา การใช้ยาหยอดรักษาต้อหินต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้เยื่อบุท่อน้ำตาตีบตันได้
  • ประวัติการฉายแสง ผู้ที่เคยได้รับการรักษาด้วยรังสีรักษาบริเวณใบหน้าหรือรอบดวงตา มีความเสี่ยงที่ท่อน้ำตาจะเกิดพังผืด
  • อุบัติเหตุบริเวณใบหน้า การได้รับบาดเจ็บ กระทบกระเทือน หรือกระดูกหักบริเวณจมูกและเบ้าตา อาจทำให้ท่อน้ำตาฉีกขาดหรืออุดตัน
  • การติดเชื้ออักเสบ การติดเชื้อซ้ำ ๆ บริเวณตาและท่อน้ำตา ทำให้เกิดพังผืดปิดกั้นทางเดินน้ำตา
  • เนื้องอกหรือก้อนเนื้อ การมีเนื้องอกเกิดขึ้นภายในหรือกดทับบริเวณท่อน้ำตา ขัดขวางการระบายของน้ำตา
  • การระคายเคืองเรื้อรัง ฝุ่น ควัน หรือสารเคมีที่ทำให้ดวงตาระคายเคืองเป็นเวลานาน ส่งผลให้เนื้อเยื่อบวมและอุดตัน
  • ความผิดปกติของเปลือกตา ภาวะกล้ามเนื้อเปลือกตาอ่อนแรงหรือทำงานผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถปั๊มน้ำตาลงสู่ท่อระบายได้ตามธรรมชาติ

การตรวจและรักษาน้ำตาอุดตัน

จักษุแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาระดับความรุนแรงและตำแหน่งที่อุดตัน โดยแนวทางการรักษานั้นจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด ดังนี้

  • แนวทางการรักษาในผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่มักเกิดจากความเสื่อมหรือพังผืด ซึ่งการนวดมักไม่ได้ผล จึงจำเป็นต้องใช้การผ่าตัด โดยมี 2 วิธีหลัก คือ
  • การผ่าตัดแบบดั้งเดิม เป็นการผ่าตัดผ่านผิวหนังด้านนอกข้างสันจมูก วิธีนี้แพทย์จะเห็นรอยโรคชัดเจน แต่อาจทิ้งรอยแผลเป็นขนาดเล็กไว้
  • การผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscope) เป็นเทคนิคใหม่ที่ใช้กล้องขนาดเล็กสอดเข้าทางโพรงจมูกเพื่อเปิดทางระบายน้ำตาใหม่ วิธีนี้ไม่มีแผลเป็นภายนอก ฟื้นตัวไว และเนื้อเยื่อบอบช้ำน้อยกว่า
  • แนวทางการรักษาในเด็กทารก แพทย์มักแนะนำให้เริ่มจากการนวดหัวตาอย่างถูกวิธี ซึ่งได้ผลดีถึง 80-90% ในช่วงขวบปีแรก หากอาการไม่ดีขึ้นอาจพิจารณาการแยงท่อน้ำตา (Probing) ถ้ายังไม่ได้ผลอาจต้องใส่ท่อซิลิโคนคาไว้ชั่วคราว และการผ่าตัดจะเป็นทางเลือกสุดท้ายหากวิธีอื่นไม่ได้ผล

การป้องกันน้ำตาอุดตัน


แม้บางสาเหตุจะมาจากปัจจัยภายในที่ควบคุมยาก แต่เราสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดท่อน้ำตาอุดตันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และดูแลสุขอนามัยรอบดวงตาอย่างเคร่งครัด การป้องกันการติดเชื้อและการระคายเคืองเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของท่อน้ำตาให้ยาวนานขึ้น

  • ล้างมือให้สะอาดเสมอ หมั่นล้างมือด้วยสบู่เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค ก่อนที่จะเผลอนำมือไปสัมผัสใบหน้า
  • เลี่ยงการขยี้ตา ไม่ควรใช้มือที่สกปรกสัมผัสหรือขยี้ตา เพราะเป็นสาเหตุหลักที่นำเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ท่อน้ำตา
  • สวมแว่นตาป้องกัน การใส่แว่นตากันแดดหรือแว่นสายตา ช่วยป้องกันฝุ่น ลม และสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้ามากระตุ้นการอักเสบ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำช่วยรักษาความชุ่มชื้นในร่างกาย รวมถึงเยื่อบุต่าง ๆ ลดโอกาสที่สารคัดหลั่งจะเหนียวข้นจนอุดตัน
  • ทานอาหารบำรุงสายตา เลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามิน A และ E สูง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้เซลล์เยื่อบุตา
  • ดูแลความสะอาดของใช้ส่วนตัว ลดการใช้เครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตาที่หมดอายุ หรือคอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาด
  • ปรับสภาพแวดล้อม ดูแลความชื้นภายในห้องพักอาศัยไม่ให้แห้งจนเกินไป เพื่อลดภาวะตาแห้งที่อาจกระตุ้นการระคายเคือง

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการน้ำตาไหลข้างเดียว

อาการน้ำตาไหลข้างเดียวมักสร้างความกังวลใจให้ใครหลายคน ทั้งในเรื่องของความสวยงามและความกลัวในการรักษา เพื่อคลายข้อสงสัยและช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้รวบรวมคำถามยอดฮิตที่มักถูกถามบ่อยเกี่ยวกับอาการและวิธีการรักษาท่อน้ำตาอุดตันมาไว้ที่นี่ครับ

การผ่าตัดรักษาท่อน้ำตาอุดตัน จะมีแผลเป็นที่ใบหน้าหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับวิธีการผ่าตัดที่เลือก หากเป็นการผ่าตัดแบบดั้งเดิม (External DCR) จะมีแผลเป็นเล็ก ๆ บริเวณข้างสันจมูก ซึ่งอาจจางลงได้ตามเวลา แต่ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดส่องกล้องผ่านทางจมูก (Endoscopic DCR) ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง วิธีนี้จะไม่มีแผลเป็นปรากฏบนใบหน้าเลย ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลหลังการรักษา และยังช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วกว่าอีกด้วย

การรักษาท่อน้ำตาอุดตันใน "เด็ก" กับ "ผู้ใหญ่" ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างอยู่ที่สาเหตุและโครงสร้างร่างกาย ในเด็กทารกมักเกิดจากเยื่อบาง ๆ ปิดกั้นปลายท่อน้ำตา ซึ่งมักหายได้เองหรือหายด้วยการนวดตาและการแยงท่อ แต่ในผู้ใหญ่ สาเหตุมักเกิดจากกระดูกหรือพังผืดที่แข็งตัวจากการอักเสบเรื้อรังหรือความเสื่อม การนวดหรือแยงท่อจึงมักไม่ได้ผล และจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดเพื่อสร้างทางระบายน้ำตาใหม่จึงจะหายขาด

ปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา อันตรายไหม?

หากปล่อยให้มีน้ำตาขังในถุงน้ำตาเป็นเวลานานโดยไม่รักษา จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อแบคทีเรียชั้นดี ทำให้เกิดการติดเชื้ออักเสบที่หัวตาจนเป็นหนอง (Dacryocystitis) ซึ่งจะมีอาการปวด บวม แดง ร้อน หากรุนแรงเชื้ออาจลุกลามเข้าสู่เบ้าตา (Orbital Cellulitis) หรือขึ้นสมองได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการมองเห็นและชีวิต ดังนั้นหากมีอาการควรรีบพบแพทย์

สรุปบทความ


ปัญหาน้ำตาไหลข้างเดียวสะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติของระบบระบายน้ำตา ซึ่งอาจเกิดจากการอุดตัน การระคายเคือง หรือการติดเชื้อ การรู้เท่าทันสาเหตุและเลือกวิธีรักษาที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการนวดตาในเด็ก หรือการผ่าตัดส่องกล้องในผู้ใหญ่ จะช่วยให้เรากลับมามีดวงตาที่สดใสและใช้งานได้ปกติ แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปตาด้านอื่น ๆ และต้องการคลินิกทำตาที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว และกำจัดถุงไขมันใต้ตา เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ

ที่มา : -