หลายคนคงเคยสงสัยว่าหลังผ่าตัดแก้ตาหรือทำตาสองชั้น เมื่อตัดไหมแล้วกี่วันถึงจะโดนน้ำได้ และจะมีวิธีดูแลแผลอย่างไรไม่ให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ บทความนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกันว่าตัดไหมกี่วันโดนน้ำได้ พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลแผลหลังผ่าตัดที่ถูกต้อง เพื่อให้แผลหายไว ไร้กังวล และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
การตัดไหมเป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ทำขึ้นเพื่อนำวัสดุเย็บแผลชนิดที่ไม่ละลายออกจากร่างกายหลังจากแผลผ่าตัดสมานตัวดีแล้ว โดยทั่วไปแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาระยะเวลาที่เหมาะสมในการตัดไหม ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด และลักษณะของแผล รวมถึงชนิดของไหมที่ใช้ในการเย็บแผลด้วย
ไหมธรรมดา หรือ ไหมที่ไม่ละลาย (Non-absorbable sutures) เป็นวัสดุเย็บแผลที่ผลิตจากใยสังเคราะห์หรือวัสดุธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถสลายตัวหรือดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เองจำเป็นต้องให้แพทย์เป็นผู้ตัดและดึงไหมออกเมื่อแผลหายดีแล้ว ข้อดีของไหมชนิดนี้คือมีความแข็งแรงทนทาน เหมาะกับการเย็บแผลที่ต้องการการพยุงเนื้อเยื่อเป็นระยะเวลานานหรือแผลบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยครั้ง หลังการผ่าตัดการดูแลแผลที่เย็บด้วยไหมธรรมดาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการป้องกันการติดเชื้อจนกว่าจะถึงกำหนดตัดไหม
ไหมละลาย (Absorbable sutures) เป็นวัสดุเย็บแผลที่ร่างกายสามารถดูดซึมและสลายไปได้เองตามธรรมชาติภายในระยะเวลาหนึ่ง โดยไม่ต้องกลับมาให้แพทย์ตัดไหมออก ไหมชนิดนี้มักใช้เย็บแผลที่อยู่ภายในร่างกาย หรือแผลขนาดเล็กที่ไม่ต้องการแรงดึงรั้งมากนัก ระยะเวลาในการละลายของไหมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุที่ใช้ผลิตไหมละลาย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้เลือกให้เหมาะสมกับลักษณะของแผลและการผ่าตัดนั้น ๆ
โดยทั่วไปแล้วหลังจากตัดไหมแผลควรจะเริ่มแห้งและสมานตัวได้ดีในระดับหนึ่ง คำถามที่ว่าตัดไหมกี่วันโดนน้ำได้นั้น ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นหลัก แต่โดยส่วนมากแล้วจะคิดตามกรณีดังนี้
กรณีแผลแห้งสนิทดี แพทย์อาจอนุญาตให้แผลโดนน้ำได้หลังตัดไหมประมาณ 3 วัน โดยสามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ควรเช็ดบริเวณแผลให้แห้งสนิท ก่อนทายารักษารอยแผลเป็น
กรณีแผลยังไม่แห้งสนิท หรือมีความเสี่ยงติดเชื้อ แพทย์อาจแนะนำให้หลีกเลี่ยงการโดนน้ำนานขึ้น หรือจนกว่าแผลจะแห้งสนิทดีจริง ๆ
เปลือกตาเป็นบริเวณที่มีผิวหนังบอบบางและมีเลือดมาหล่อเลี้ยงจำนวนมาก ทำให้แผลสมานตัวได้เร็วกว่าส่วนอื่นของร่างกาย สำหรับผู้ที่ทำศัลยกรรมตาสองชั้นธรรมชาติ แพทย์จะนัดตัดไหมในระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแผลเป็นหรือรอยพับชั้นตาที่ผิดเพี้ยนไป โดยมีไทม์ไลน์การฟื้นตัวที่ควรรู้ดังนี้
การตัดไหมในแต่ละตำแหน่งของร่างกายจะใช้ระยะเวลาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความตึงของผิวหนังและการเคลื่อนไหวของอวัยวะนั้น ๆ หากเป็นบริเวณที่มีการขยับบ่อยหรือผิวหนังตึงมาก จะต้องทิ้งไหมไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้แผลสมานตัวแนบสนิทและป้องกันแผลปริแตก สามารถเปรียบเทียบระยะเวลาได้ดังตารางนี้
|
ตำแหน่งของแผล |
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการตัดไหม |
|
ใบหน้าและเปลือกตา |
5 - 7 วัน |
|
บริเวณลำตัว |
7 - 10 วัน |
|
บริเวณแขนและขา |
10 - 14 วัน |
|
บริเวณข้อพับหรือจุดที่เคลื่อนไหวบ่อย |
14 วันขึ้นไป |
การดูแลแผลหลังตัดไหมมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้แผลหายสนิทและลดโอกาสการเกิดแผลเป็น การทราบว่าตัดไหมกี่วันโดนน้ำได้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่การดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ผลลัพธ์การรักษาเป็นไปได้ด้วยดี
รักษาความสะอาด ดูแลแผลให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ ทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของแพทย์
หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือแกะเกาแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการเกิดแผลเป็นนูน
สังเกตอาการผิดปกติ หากแผลมีอาการปวด บวม แดง ร้อน มีหนอง หรือมีไข้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ทายาตามแพทย์สั่ง หากแพทย์สั่งยาสำหรับทาแผล ควรทาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำ
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบกระเทือนแผล งดกิจกรรมที่อาจทำให้แผลแยกหรือเกิดการเสียดสี
ปกป้องแผลจากแสงแดด เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำคล้ำบริเวณแผลเป็น
หลังจากการผ่าตัดและตัดไหมโดยจักษุแพทย์ของ Sky Clinic นำโดยคุณหมอสกาย โดยการดูแลแผลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ชั้นตาเข้าที่ได้ไวและลดโอกาสเกิดแผลเป็น โดยมีแนวทางการดูแลแบบวันต่อวันดังนี้
การตัดไหมอาจทำให้รู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยขณะตัดและนำไหมออกจากผิวหนัง โดยระดับความรู้สึกแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาไม่นาน และมักไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีเท่านั้น ขึ้นอยู่กับความยาวและจำนวนเข็มของแผลผ่าตัด หากแผลสมานตัวดี การตัดไหมจะยิ่งง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
หลังตัดไหมอาจมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณแผลได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ จางลงภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากพบว่าแผลมีอาการบวมแดงลุกลาม ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ สัมผัสแล้วรู้สึกร้อน มีน้ำเหลืองหรือหนองซึมออกมาจากรอยแผล รวมถึงมีไข้ร่วมด้วย อาการเหล่านี้คือสัญญาณของการติดเชื้อ ควรรีบกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรับยาฆ่าเชื้อทันที
ในช่วง 7 วันแรกก่อนตัดไหม แนะนำให้สระผมที่ร้านหรือนอนสระเพื่อป้องกันน้ำกระเด็นโดนแผล หลังจากตัดไหมและแผลแห้งสนิทดีแล้ว (ประมาณ 3 วันหลังตัดไหม) จึงจะสามารถล้างหน้า สระผม และแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตาได้ตามปกติ สำหรับผู้ที่สวมคอนแทคเลนส์ ควรงดใส่ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัดเพื่อลดการดึงรั้งเปลือกตาและป้องกันการอักเสบ เปลี่ยนมาสวมแว่นตาแทนชั่วคราว
สรุปบทความ
โดยสรุปแล้วคำถามที่ว่าตัดไหมกี่วันโดนน้ำได้นั้นไม่มีคำตอบที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และลักษณะของแผลเป็นสิ่งสำคัญ โดยทั่วไปอาจใช้เวลา 3 วันหลังจากตัดไหมหากแผลแห้งดี แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการดูแลแผลให้สะอาด ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และสังเกตอาการผิดปกติ เพื่อให้แผลหายเร็ว ลดความเสี่ยงของการอักเสบ และได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่กำลังมองหาคลินิกทำตาที่ดูแลตั้งแต่การทำจนตัดไหม สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว และกำจัดถุงไขมันใต้ตา เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ
โดยทั่วไปหลังจากแพทย์ทำการตัดไหมแล้ว แนะนำให้งดแผลโดนน้ำต่อไปอีกประมาณ 3 วัน เพื่อรอให้รูเปิดเล็ก ๆ ที่เกิดจากการดึงเส้นไหมปิดสนิท หลังจากนั้นหากประเมินแล้วว่าแผลแห้งสนิทดี ไม่มีน้ำเหลืองซึม ก็สามารถล้างหน้าและทำความสะอาดผิวหน้าได้ตามปกติ
การตัดไหมตาสองชั้นมักจะทำในวันที่ 7 หลังการผ่าตัด ส่วนอาการบวมช้ำจะเห็นชัดที่สุดในช่วง 3 วันแรก จากนั้นจะค่อย ๆ ยุบลงหลังจากการตัดไหม โดยชั้นตาจะเริ่มดูเป็นธรรมชาติและเข้าที่อย่างสมบูรณ์ที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 4-6 เดือน
การตัดไหมไม่เจ็บอย่างที่คิด ผู้ป่วยจะรู้สึกเพียงแค่ตึง ๆ หรือจี๊ดเล็กน้อยขณะดึงเส้นไหมออกเท่านั้น ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ทนได้สบายมาก จึงไม่จำเป็นต้องฉีดยาชาหรือทายาชาก่อนทำ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีและมีความปลอดภัยสูงหากทำโดยผู้เชี่ยวชาญ
หลังจากตัดไหมแล้ว 3 วัน หากแผลแห้งสนิทสามารถเริ่มแต่งหน้าบาง ๆ บริเวณดวงตาได้ แต่ควรล้างเครื่องสำอางออกให้สะอาดหมดจด ส่วนการใส่คอนแทคเลนส์ควรงดเว้นไปก่อนอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อป้องกันการใช้นิ้วดึงรั้งเปลือกตาซึ่งอาจทำให้แผลปริได้
ช่วงวันที่ 5-6 ไหมธรรมดาและหลุดออกเพียงบางส่วน ไม่ต้องตกใจ สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากแผลสมานตัวปกติดี ให้รักษาความสะอาดตามปกติ หากแผลยังไม่ติดดีแพทย์อาจพิจารณาติดเทปสเตอร์ไรด์ (Steri-strips) ช่วยพยุงแผล ห้ามดึงเส้นไหมที่เหลือออกเองโดยเด็ดขาด
แหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ :