ใต้ตาดำคล้ำเกิดจากอะไร และมีวิธีรักษาอย่างไร
icon  icon
ใต้ตาดำแก้ยังไงดี

ใต้ตาดำ เกิดจากอะไร แก้ยังไงดี? รวม 15 วิธีแก้ขอบตาดำ ให้สดใส

ขอบตาดำและใต้ตาคล้ำเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเพลียและแก่กว่าวัย หลายคนสงสัยว่าใต้ตาดำแก้ยังไงให้ได้ผล วันนี้เราจึงมีวิธีแก้ขอบตาดำตั้งแต่วิธีธรรมชาติที่ทำได้เองที่บ้าน ไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดมาฝากกัน


สนใจปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญ


ใต้ตาคล้ำคืออะไร

ใต้ตาคล้ำ (Dark Circles) คือ ภาวะที่ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาหรือใต้ตามีสีที่เข้มขึ้นกว่าผิวบริเวณอื่นบนใบหน้า โดยอาจมีลักษณะเป็นสีม่วง สีน้ำเงิน สีน้ำตาล หรือสีดำคล้ำ ขึ้นอยู่กับสีผิวเดิมและสาเหตุของการเกิด ปัญหานี้ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายทางกายภาพ แต่มักจะทำให้ใบหน้าดูโทรม อ่อนล้า ดูคล้ายคนพักผ่อนน้อย และอาจส่งผลต่อความมั่นใจในการเข้าสังคมของหลาย ๆ คนได้เช่นกัน

สาเหตุใต้ตาคล้ำ ตาลึก

ปัญหาใต้ตาคล้ำและเบ้าตาลึกเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัยผสมผสานกัน ทั้งจากปัจจัยภายในร่างกายที่ควบคุมได้ยาก และปัจจัยภายนอกจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การทราบสาเหตุที่แน่ชัดจะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางดูแลตนเองและวิธีรักษาได้อย่างตรงจุด โดยมีสาเหตุหลัก ได้แก่:

  • พันธุกรรม บางบุคคลมีลักษณะผิวหนังใต้ตาที่บาง หรือมีเม็ดสีผิวบริเวณใต้ตาเข้มกว่าปกติมาตั้งแต่กำเนิด

  • อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและไขมันใต้ผิวจะลดลง ทำให้ผิวหนังบางลงจนเห็นหลอดเลือดดำใต้ผิวหนัง และเกิดเป็นร่องลึก

  • โรคภูมิแพ้ อาการภูมิแพ้กระตุ้นให้หลอดเลือดบริเวณรอบดวงตาขยายตัว ประกอบกับการขยี้ตาบ่อย ๆ ทำให้เกิดรอยคล้ำ

  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ การอดนอนส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดเปลี่ยนไป เกิดการคั่งของเส้นเลือดบริเวณใต้ตา ทำให้ผิวใต้ตาดูคล้ำ

  • แสงแดด รังสี UV กระตุ้นให้ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวรอบดวงตาหมองคล้ำได้

  • ไขมันใต้ตาสะสม ทำให้เกิดเงาใต้ตาและดูคล้ำกว่าความเป็นจริง

ใต้ตาดำรุนแรง อันตรายไหม?

อาการขอบตาดำโดยทั่วไปไม่ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพกายถึงขั้นร้ายแรง เพราะส่วนใหญ่มักเป็นเพียงปัญหาด้านความงามที่เกิดจากพฤติกรรม พันธุกรรม หรืออายุที่เพิ่มขึ้นตามวัย แต่ในบางกรณี หากอาการใต้ตาคล้ำเกิดขึ้นอย่างฉับพลันร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น อ่อนเพลียเรื้อรัง น้ำหนักลด หรือมีอาการบวมแดงผิดปกติบริเวณรอบดวงตา อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพซ่อนเร้น เช่น ภาวะโลหิตจาง หรือโรคไทรอยด์ ซึ่งควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

วิธีเช็กใต้ตาดำว่าเราเป็นแบบไหน?

การประเมินประเภทของใต้ตาดำทำได้เบื้องต้นด้วยตัวเอง โดยใช้นิ้วมือค่อย ๆ ดึงผิวบริเวณใต้ตาลงมาเบา ๆ หากรอยคล้ำยังคงเป็นสีน้ำตาลหรือดำ อาจเกิดจากการสะสมของเม็ดสีผิว แต่ถ้ารอยคล้ำดูจางลงหรือเปลี่ยนเป็นสีอมม่วง แสดงว่าเกิดจากหลอดเลือดใต้ผิวหนัง นอกจากนี้ หากใช้นิ้วบังแสงสว่างจากด้านบน แล้วรอยคล้ำหายไป แสดงว่าความคล้ำนั้นเกิดจากเงาตกกระทบของร่องน้ำตาลึกหรือถุงไขมันใต้ตา

15 วิธีแก้ขอบตาดำ

ปัญหาขอบตาดำและใต้ตาคล้ำมีหลายสาเหตุทั้งจากพันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการเสื่อมของผิวตามวัย ดังนั้น ใต้ตาดำแก้ยังไงจึงต้องเลือกวิธีที่เหมาะกับสาเหตุและสภาพผิว โดยเริ่มจากวิธีธรรมชาติที่ปลอดภัยและประหยัด ไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์ที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็ว

1. นอนหลับให้เพียงพอ

การนอนหลับเป็นวิธีแก้ขอบตาดำที่ได้ผลดีที่สุดและเป็นธรรมชาติที่สุด ควรนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน ในห้องที่มืดสนิทและเงียบสงบ การนอนหลับที่มีคุณภาพจะช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมเซลล์ผิวและฟื้นฟูระบบไหลเวียนเลือดบริเวณรอบดวงตา ลดการเกิดถุงใต้ตาและรอยคล้ำ นอกจากนี้ ควรจัดท่านอนให้ศีรษะสูงกว่าลำตัวเล็กน้อย เพื่อป้องกันการคั่งของของเหลวใต้ดวงตา และหลีกเลี่ยงการนอนดึกหรือนอนไม่เป็นเวลา เพราะจะทำให้เกิดความเครียดและส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดบริเวณรอบดวงตา

2. ประคบเย็น

การประคบเย็นเป็นวิธีที่ช่วยแก้ใต้ตาดำที่ทำได้ง่ายและได้ผลเร็ว โดยใช้ถุงน้ำแข็งหรือผ้าเย็นประคบบริเวณรอบดวงตาเป็นเวลา 10-15 นาที ความเย็นจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดอาการบวม และทำให้หลอดเลือดฝอยหดตัว ช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาที่เกิดจากหลอดเลือดที่มองเห็นได้ชัดใต้ผิวบาง ควรทำวันละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะในตอนเช้าหลังตื่นนอนและก่อนนอน แต่ต้องระวังไม่ให้น้ำแข็งสัมผัสผิวโดยตรง และไม่ควรประคบนานเกินไปเพราะอาจระคายเคืองผิวได้

3. ใช้ถุงชา

ชามีสารคาเฟอีนและแทนนินที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดการบวมน้ำใต้ตา วิธีทำคือนำถุงชาแช่ในน้ำเย็น 5-10 นาที จากนั้นนำมาวางบนเปลือกตาที่ปิดสนิท ทิ้งไว้ 15-20 นาที ควรเลือกชาเขียวหรือชาดำที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยชะลอความเสื่อมของผิวและลดการเกิดริ้วรอย สามารถทำได้วันละ 1-2 ครั้ง โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือหลังเลิกงานที่ต้องใช้สายตามาก

4. ทาน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวเป็นวิธีธรรมชาติที่ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาดำที่ปลอดภัยและประหยัด เพราะอุดมด้วยวิตามินอีและกรดไขมันที่ช่วยบำรุงผิวบอบบางรอบดวงตา ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน วิธีใช้คือ นำน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์มานวดเบา ๆ รอบดวงตาก่อนนอน ควรเลือกน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่ไม่ผ่านกระบวนการทางความร้อน และทดสอบการแพ้ก่อนใช้ สามารถใช้ร่วมกับการนวดกดจุดรอบดวงตาเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด

5. ทาว่านหางจระเข้

ทาว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว จึงเป็นวิธีแก้ขอบตาดำที่ได้ผลดี โดยเฉพาะสำหรับผิวที่บอบบางและแพ้ง่าย วิธีใช้คือ แกะเนื้อว่านหางจระเข้สด นำเจลใสด้านในมาทาบริเวณใต้ตาและรอบดวงตาเบา ๆ ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สารอะโลเวราในว่านหางจระเข้จะช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยให้ผิวรอบดวงตากระจ่างใสขึ้น ควรทำติดต่อกันทุกวันเพื่อเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

6. ใช้มันฝรั่งฝานบาง

วิธีแก้ใต้ตาดำด้วยมันฝรั่งเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะในมันฝรั่งมีเอนไซม์คาทีเคลสและวิตามินซีที่ช่วยลดการอักเสบและความหมองคล้ำได้ดี วิธีทำคือ นำมันฝรั่งดิบมาฝานเป็นแผ่นบาง ๆ วางบนเปลือกตาที่ปิดสนิทประมาณ 10-15 นาที ความเย็นจากมันฝรั่งจะช่วยลดอาการบวมและกระชับผิว ในขณะที่สารอาหารจะซึมผ่านผิวและช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ควรทำวันละครั้งก่อนนอนและล้างหน้าให้สะอาดก่อนใช้

7. แตงกวาฝานเย็น

แตงกวามีคุณสมบัติที่อุดมด้วยน้ำและสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเค และกรดซิลิกา ที่ช่วยลดการอักเสบและความหมองคล้ำใต้ตา วิธีใช้คือ นำแตงกวาสดมาล้างให้สะอาด แช่เย็น แล้วฝานเป็นแผ่นบาง ๆ วางบนเปลือกตาที่ปิดสนิทประมาณ 15-20 นาที ความเย็นและความชุ่มชื้นจากแตงกวาจะช่วยลดอาการบวม กระชับรูขุมขน และปรับสภาพผิวให้สดใส ควรทำวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น เพื่อเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

8. มาสก์ด้วยโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง

การมาสก์ด้วยโยเกิร์ตและน้ำผึ้งเป็นวิธีแก้ใต้ตาดำที่ได้ผลดี เพราะโยเกิร์ตมีกรดแลคติกที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ในขณะที่น้ำผึ้งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบและเพิ่มความชุ่มชื้น วิธีทำคือ ผสมโยเกิร์ตธรรมชาติไม่ปรุงแต่งกับน้ำผึ้งในอัตราส่วนเท่ากัน ทาบาง ๆ รอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แต่ควรระวังไม่ให้ส่วนผสมเข้าตา

9. ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตา

การเลือกครีมบำรุงรอบดวงตาที่เหมาะสมเป็นวิธีแก้ขอบตาดำที่ได้ผลในระยะยาว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินเค วิตามินซี วิตามินอี คาเฟอีน และเปปไทด์ ที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดการบวม และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว วิธีใช้คือ ใช้นิ้วนางแตะครีมเบา ๆ แล้วแตะเป็นจุด ๆ รอบดวงตา จากนั้นใช้ปลายนิ้วลูบเบา ๆ จากด้านในออกด้านนอก ควรใช้เป็นประจำทั้งเช้าและก่อนนอน และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบการแพ้และระคายเคือง

10. ปกป้องผิวจากแสงแดด

แสงแดดเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดใต้ตาดำเราจึงต้องเริ่มจากการป้องกัน โดยการใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 และมี PA+++ ขึ้นไป ทาให้ทั่วบริเวณรอบดวงตาและใบหน้า ก่อนออกแดดอย่างน้อย 15-20 นาที และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงหรือหลังเหงื่อออก ควรสวมแว่นกันแดดที่มีความสามารถในการป้องกันรังสี UV และสวมหมวกปีกกว้างเพื่อปกป้องผิวรอบดวงตาจากแสงแดดโดยตรง ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำ

11. ดื่มน้ำมากขึ้น

การขาดน้ำทำให้ผิวหมองคล้ำและเห็นเส้นเลือดใต้ตาชัดเจนขึ้น ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร กระจายตลอดทั้งวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ น้ำจะช่วยขับสารพิษ ลดการบวมน้ำใต้ตา และทำให้ผิวเปล่งปลั่งจากภายใน นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและทำให้ผิวหมองคล้ำได้

12. ลดการบริโภคโซเดียม

การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงจะทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ ส่งผลให้เกิดอาการบวมใต้ตาและขอบตาคล้ำ ควรจำกัดปริมาณโซเดียมไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารหมักดอง และอาหารที่มีรสเค็มจัด แทนที่ด้วยผักและผลไม้สดที่อุดมด้วยโพแทสเซียม ซึ่งช่วยลดการกักเก็บน้ำและทำให้ผิวสดใสขึ้น

13. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์เป็นวิธีแก้ขอบตาดำที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็วและอยู่ได้นาน โดยเฉพาะในกรณีที่มีร่องลึกใต้ตาหรือเบ้าตาลึก แพทย์จะฉีดสารฟิลเลอร์ประเภทกรดไฮยาลูรอนิกเข้าไปเติมเต็มใต้ชั้นผิวหนัง เพื่อยกร่องใต้ตาและลดเงาที่ทำให้ดูคล้ำ วิธีนี้ใช้เวลาทำประมาณ 15-30 นาที ผลลัพธ์อยู่ได้ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และการดูแลหลังทำ แต่ควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

14. ปรับสีผิวด้วยเลเซอร์ IPL

เลเซอร์ IPL เป็นการแก้ใต้ตาดำที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอหรือมีจุดด่างดำรอบดวงตา เทคโนโลยีนี้ใช้แสงพัลส์ความเข้มสูงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดเม็ดสีเมลานิน และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวรอบดวงตากระจ่างใสขึ้น ใช้เวลาทำประมาณ 15-20 นาที ไม่เจ็บมาก และกลับไปทำงานได้ทันที แต่อาจต้องทำหลายครั้งเพื่อเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และควรหลีกเลี่ยงแสงแดดหลังทำ

15. ฉีดเมโสใต้ตา (Mesotherapy)

การฉีดเมโสใต้ตา (Mesotherapy) เป็นวิธีการทางการแพทย์ที่นำตัวยาซึ่งประกอบด้วยกลุ่มวิตามิน แร่ธาตุ และสารบำรุงต่าง ๆ เข้าสู่ชั้นผิวหนังบริเวณใต้ตาโดยตรง ตัวยาจะเข้าไปช่วยบำรุงผิวที่แห้งกร้านและลดการสะสมของเม็ดสีเมลานิน ทำให้บริเวณรอบดวงตาที่หมองคล้ำดูสว่างและสดใสขึ้น การประเมินจำนวนครั้งในการฉีด ปริมาณยา รวมถึงระยะห่างในการทำแต่ละครั้ง จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาผิวของแต่ละบุคคล

วิธีทำให้ขอบตาหายดำแบบเร่งด่วน 

การผ่าตัดกำจัดถุงไขมันใต้ตาเป็นวิธีถาวรในการแก้ปัญหาถุงใต้ตาที่เกิดจากไขมันสะสม ถ้าความคล้ำเกิดจากไขมันใต้ตาสะสมมากเกินไป จะทำให้เกิดเงาตกกระทบ ส่งผลให้ใต้ตาดูคล้ำและโทรมกว่าความเป็นจริง แพทย์จะทำการผ่าตัดผ่านรอยพับใต้ขนตา เพื่อดูดหรือกำจัดไขมันส่วนเกินออก พร้อมกับปรับโครงสร้างกล้ามเนื้อและผิวหนังให้กระชับขึ้น การผ่าตัดเพื่อนำไขมันออกหรือปรับตำแหน่งไขมันใหม่ จะช่วยให้ผิวใต้ตาเรียบเนียนขึ้น และทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ วิธีนี้ให้ผลลัพธ์ที่ถาวรและธรรมชาติ แต่อาจมีรอยช้ำหรือบวมในช่วงแรก ควรเลือกทำกับศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและต้องดูแลแผลตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด 

แก้ไขขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ ที่ Sky Clinic มีแบบไหนบ้าง ?

Sky Clinic มีบริการดูแลปัญหาขอบตาดำและใต้ตาคล้ำ โดยเริ่มจากการให้คำปรึกษาและประเมินสาเหตุโดยจักษุแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการใช้สารเติมเต็มเพื่อลดปัญหาร่องลึก หรือการผ่าตัดจัดเรียงไขมันเพื่อจัดการกับปัญหาถุงใต้ตา โดยเน้นการวิเคราะห์โครงสร้างรอบดวงตาอย่างละเอียด และใช้เครื่องมือทางการแพทย์ตามมาตรฐาน เพื่อให้ผลลัพธ์สอดคล้องกับความต้องการและข้อจำกัดของผู้รับบริการแต่ละท่าน

สรุปบทความ

ปัญหาขอบตาดำรักษาทางการแพทย์ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ เลเซอร์ หรือการผ่าตัด

ปัญหาขอบตาดำและใต้ตาลึกสามารถแก้ไขได้หลายวิธี ตั้งแต่วิธีธรรมชาติอย่างการนอนหลับให้เพียงพอ การประคบเย็น การใช้สมุนไพร ไปจนถึงการรักษาทางการแพทย์ที่คลินิกทำตาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ เลเซอร์ หรือการผ่าตัด การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของปัญหา แต่สิ่งสำคัญคือการดูแลสุขภาพและป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหา แต่สำหรับผู้ที่สนใจปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับตาอื่น ๆ สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว และกำจัดถุงไขมันใต้ตา เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ

 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใต้ตาคล้ำ (FAQ)

รอยคล้ำใต้ตาสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดรอยคล้ำ หากเกิดจากพฤติกรรม เช่น การพักผ่อนน้อย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็สามารถทำให้รอยคล้ำจางลงได้มาก แต่หากเกิดจากโครงสร้างกระดูกหรืออายุที่เพิ่มขึ้น อาจไม่สามารถรักษาให้หายไปได้ทั้งหมด แต่สามารถใช้แนวทางทางการแพทย์ เช่น การฉีดสารเติมเต็ม เพื่อช่วยปรับให้บริเวณใต้ตาดูสว่างและร่องลึกดูตื้นขึ้นได้ตามความเหมาะสมในแต่ละบุคคล

ครีมทารอบดวงตาช่วยแก้ปัญหาใต้ตาดำได้จริงไหม?

ครีมบำรุงรอบดวงตาสามารถช่วยบรรเทาปัญหาได้ในกรณีที่ผิวมีความแห้งหรือมีเม็ดสีผิวเข้มขึ้นจากแสงแดด โดยการให้ความชุ่มชื้นและสารบำรุง แต่หากความคล้ำเกิดจากโครงสร้างร่องน้ำตาลึก ถุงไขมัน หรือเส้นเลือด ครีมบำรุงอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ในกรณีเหล่านี้ การปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาแนวทางอื่นร่วมด้วยอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า

ควรเริ่มดูแลผิวรอบดวงตาตั้งแต่อายุเท่าไหร่?

ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุในการเริ่มดูแลผิวรอบดวงตา แต่โดยทั่วไปมักแนะนำให้เริ่มดูแลตั้งแต่วัย 20 ปีต้น ๆ เพราะเป็นช่วงที่คอลลาเจนใต้ผิวเริ่มลดลง การทาครีมบำรุงและครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยรักษาสภาพผิวบริเวณรอบดวงตาไว้ได้นานขึ้น และช่วยชะลอการเกิดร่องลึกและความหมองคล้ำเมื่ออายุมากขึ้น

ที่มา : -