เส้นเลือดฝอยในตาแตก เกิดจากอะไร? อันตรายไหม มีวิธีรักษาอย่างไร
icon  icon
เส้นเลือดฝอยในตาแตก

เส้นเลือดฝอยในตาแตก เกิดจากอะไร? อันตรายไหม ต้องรักษายังไง

อาการตาแดงหลังจากตื่นนอนหรือหลังการไอและจามแรง อาจเป็นสัญญาณของภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตก ซึ่งสามารถสร้างความกังวลใจได้ไม่น้อย ไม่ต่างจากความกังวลเรื่องความสวยงามรอบดวงตา ภาวะนี้เกิดจากอะไร อันตรายจริงหรือไม่ และเราควรดูแลตัวเองอย่างไรไปดูกัน

ลักษณะอาการเส้นเลือดฝอยในตาแตก 

โดยทั่วไปจะมีเลือดขึ้นบนตาขาว ซึ่งขนาดของรอยแดงอาจเล็กหรือใหญ่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ภาวะนี้มักไม่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็น ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดหรือระคายเคือง แต่อาจรู้สึกไม่สบายตาเล็กน้อยในบางราย โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มีอาการมักจะสังเกตเห็นได้ด้วยตนเองเมื่อส่องกระจก หรือมีคนทักนั่นเอง

เส้นเลือดฝอยในตาแตก เกิดจากอะไร 

สาเหตุของเส้นเลือดฝอยในตาแตกอาจเกิดจากเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด โดยเกิดจากการที่หลอดเลือดฝอยเล็ก ๆ ใต้เยื่อบุตาขาวเกิดการฉีกขาด ทำให้มีเลือดออกสะสมอยู่บริเวณนั้น ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ได้บ่อย มีดังนี้

  • แรงดันในร่างกายเพิ่มขึ้นกะทันหัน จากการไอ จาม การเบ่งอย่างรุนแรงขณะขับถ่าย หรือแม้แต่การออกแรงยกของหนัก
  • การกระทบกระเทือนดวงตา อาจเกิดจากอุบัติเหตุโดยตรง หรือพฤติกรรมการขยี้ตาบ่อย ๆ และขยี้ตาแรงเกินไป
  • ภาวะความดันโลหิตสูง ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดเปราะบางและแตกได้ง่ายกว่าปกติ
  • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด โดยเฉพาะกลุ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน หรือวาร์ฟาริน
  • โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน หรือภาวะที่เลือดแข็งตัวช้ากว่าปกติ 

เส้นเลือดฝอยในตาแตกอันตรายไหม 

ส่วนใหญ่แล้วภาวะนี้ไม่เป็นอันตรายและไม่ส่งผลกระทบถาวรต่อดวงตาหรือการมองเห็น แต่เราควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากรอยแดงไม่จางลงภายใน 2-3 สัปดาห์ มีอาการปวดตารุนแรง การมองเห็นผิดเพี้ยนไปจากเดิม หรือเกิดขึ้นซ้ำ ๆ บ่อยครั้ง ควรเข้าพบจักษุแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่นที่ซ่อนอยู่

เส้นเลือดฝอยในตาแตกกับเยื่อบุตาอักเสบต่างกันอย่างไร

ผู้ที่มีอาการตาแดงมักสับสนระหว่างภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกและโรคเยื่อบุตาอักเสบ เนื่องจากทั้งสองภาวะทำให้ตาขาวมีสีแดงคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วมีสาเหตุ อาการร่วม และวิธีการดูแลรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ลักษณะ เส้นเลือดฝอยในตาแตกจะมีลักษณะเป็นปื้นเลือดสีแดงสดขอบเขตชัดเจนอยู่บนตาขาว บริเวณอื่นของตาขาวยังคงมีสีขาวปกติ ส่วนเยื่อบุตาอักเสบจะมีลักษณะเป็นเส้นเลือดฝอยสีแดงหรือชมพูเล็ก ๆ กระจายตัวทั่วตาขาว ทำให้ตาดูแดงเรื่อ ๆ ทั่วทั้งดวง
  • อาการร่วม เส้นเลือดในตาแตกมักไม่มีอาการเจ็บปวด คัน หรือมีขี้ตา อาจมีเพียงความรู้สึกระคายเคืองเล็กน้อย แต่เยื่อบุตาอักเสบมักมาพร้อมกับอาการคันตา แสบตา มีขี้ตาสีเหลืองหรือเขียวปริมาณมาก บางรายอาจมีอาการน้ำตาไหลข้างเดียวหรือสองข้างร่วมด้วย
  • การติดต่อ เส้นเลือดฝอยในตาแตกเกิดจากเส้นเลือดภายในฉีกขาด ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่สามารถแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้ ในขณะที่เยื่อบุตาอักเสบ (โดยเฉพาะจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย) เป็นโรคติดต่อที่สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งได้อย่างรวดเร็ว

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเส้นเลือดฝอยในตาแตก 

วิธีรักษาเส้นเลือดในตาแตก

เมื่อเกิดภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกทำไงดี? ในระหว่างที่รอให้ร่างกายฟื้นฟูและดูดซึมเลือดที่คั่งอยู่ออกไปเองนั้น เราสามารถดูแลดวงตาเบื้องต้นเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายตาได้ง่าย ๆ ซึ่งการดูแลที่ดีจะช่วยให้ดวงตากลับมาสดใสได้เร็วขึ้น

  • การประคบอย่างถูกวิธี ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกที่เริ่มมีอาการ แนะนำให้ "ประคบเย็น" โดยใช้ผ้าสะอาดห่อน้ำแข็งหรือชุบน้ำเย็นจัด ประคบเบา ๆ รอบดวงตาครั้งละ 5-10 นาที เพื่อทำให้หลอดเลือดหดตัวและลดการไหลออกของเลือด หลังจากผ่านไป 48 ชั่วโมงแล้ว ให้เปลี่ยนมาเป็น "ประคบอุ่น" เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยเร่งให้ร่างกายดูดซึมเลือดที่คั่งอยู่กลับคืนได้ไวขึ้น
  • สังเกตไทม์ไลน์การเปลี่ยนสีของเลือด ไม่ต้องตกใจหากรอยเลือดเปลี่ยนสี เพราะเป็นกระบวนการสลายตัวตามธรรมชาติ โดยในช่วงแรกปื้นเลือดจะมี "สีแดงสด" จากนั้นจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น "สีน้ำตาล" เมื่อเลือดเริ่มสลาย เปลี่ยนเป็น "สีเหลือง" และจางหายไปจนตาขาวกลับมาปกติในที่สุด
  • พักการใช้สายตา หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องเพ่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน เพื่อให้ดวงตาได้ผ่อนคลายและไม่เหนื่อยล้า
  • งดการขยี้ตา การใช้มือสัมผัสหรือขยี้ตาแรง ๆ อาจกระตุ้นให้เลือดออกเพิ่มขึ้นและเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จึงควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด

เส้นเลือดในตาแตกมีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง 

สำหรับคำถามที่ว่าเส้นเลือดในตาแตกวิธีรักษาที่ถูกต้องคืออะไรนั้น โดยทั่วไปภาวะนี้สามารถหายได้เองตามกลไกของร่างกายภายใน 1-3 สัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องมีการรักษาที่เฉพาะเจาะจง เลือดที่คั่งอยู่จะค่อย ๆ ถูกดูดซึมและจางหายไปเอง ในระหว่างนี้ให้ใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดอาการระคายเคืองได้ แต่หากสาเหตุเกิดจากโรคประจำตัวหรืออุบัติเหตุ จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อรักษาที่ต้นเหตุ เช่น การควบคุมความดันโลหิต หรือการรักษาภาวะเลือดออกผิดปกติ 


สนใจปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญ

เมื่อไหร่ที่จำเป็นต้องพบแพทย์ 

แม้ส่วนใหญ่จะไม่อันตราย แต่มีสัญญาณเตือนบางอย่างที่บ่งชี้ว่าเราควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดทันที ได้แก่ อาการเส้นเลือดในตาแตกที่ไม่ดีขึ้นหรือรอยแดงขยายวงกว้างขึ้นหลังผ่านไป 2-3 วัน มีอาการปวดตาอย่างรุนแรง การมองเห็นลดลงหรือเห็นภาพซ้อน มีเลือดออกจากส่วนอื่นของร่างกายร่วมด้วย หรือภาวะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนผิดปกติ การพบแพทย์จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าไม่มีภาวะร้ายแรงซ่อนอยู่

วิธีป้องกันเพื่อลดความเสี่ยง 

เราสามารถลดโอกาสการเกิดภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกได้ด้วยการดูแลสุขภาพดวงตาและร่างกายโดยรวม เริ่มจากการควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ระมัดระวังการไอ จาม หรือเบ่งอย่างรุนแรงเกินไป หลีกเลี่ยงการยกของที่หนักมาก หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนดวงตา ควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเสมอ นอกจากนี้ การพักสายตาเป็นระยะเมื่อต้องทำงานกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ และการไม่ขยี้ตารุนแรงก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยถนอมหลอดเลือดฝอยที่เปราะบางรอบดวงตาของเราได้ 

สรุปบทความ

เส้นเลือดฝอยในตาแตกหายได้เอง

เส้นเลือดฝอยในตาแตกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย สามารถหายได้เองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์โดยไม่ต้องรักษา เพียงแค่พักการใช้สายตาและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น แต่หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น ปวดตา มองเห็นไม่ชัด หรือเป็นซ้ำบ่อย ๆ ควรปรึกษาแพทย์ทันที สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามอ่านบทความเกี่ยวกับโรคทางตาเพื่อเป็นแนวทางดูแลสุขภาพดวงตาได้ แต่สำหรับผู้ที่สนใจแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาตาด้านอื่น ๆ แต่สำหรับผู้ที่สนใจแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาตาด้านอื่น ๆ สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการแก้ตาสามชั้นแบบธรรมชาติ การทำตาสองชั้น ผ่าตัดหนังตาตก เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว และตัดถุงใต้ตาหรือผ่าถุงใต้ตา เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเส้นเลือดฝอยในตาแตก

เส้นเลือดฝอยในตาแตกกี่วันหาย ต้องหยอดยาไหม

อาการเส้นเลือดในตาแตกมักจะค่อย ๆ จางลงและหายได้เองตามธรรมชาติภายในระยะเวลา 1 ถึง 3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับขนาดของจุดเลือดที่ออก โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้ยาหยอดตาเพื่อรักษาเฉพาะเจาะจง แต่สามารถใช้น้ำตาเทียมเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดความรู้สึกระคายเคืองตาในระหว่างที่รอให้เลือดถูกดูดซึมกลับได้

เส้นเลือดในตาแตกควรประคบร้อนหรือประคบเย็น

ในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกที่เพิ่งเริ่มมีอาการ แนะนำให้ประคบเย็นเพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัวและลดการไหลของเลือดเพิ่มเติม หลังจากผ่านช่วง 48 ชั่วโมงแรกไปแล้ว จึงค่อยเปลี่ยนมาใช้วิธีการประคบอุ่น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและเร่งให้ร่างกายดูดซึมเลือดที่คั่งอยู่ให้จางหายไปได้เร็วขึ้น

เส้นเลือดฝอยในตาแตกห้ามกินอะไร ต้องงดออกกำลังกายไหม

ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องงดอาหารประเภทใดเป็นพิเศษ แต่ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะอาจทำให้หลอดเลือดขยายตัว ส่วนการออกกำลังกายนั้นสามารถทำได้ตามปกติ แต่ควรงดเว้นการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงเบ่งมากๆ เช่น การยกน้ำหนักหนักๆ หรือการเล่นโยคะในท่าศีรษะทิ่มลงพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ความดันในตาสูงขึ้น

เป็นเส้นเลือดในตาแตกซ้ำบ่อย ๆ บ่งบอกถึงโรคอะไรได้บ้าง

หากเกิดอาการตาแดงจากเส้นเลือดแตกซ้ำหลายครั้ง อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ เช่น โรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ โรคเบาหวานที่ส่งผลต่อหลอดเลือด หรือความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด รวมถึงผลข้างเคียงจากการรับประทานยาละลายลิ่มเลือด จึงควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

เส้นเลือดฝอยในตาแตกทำให้ตาบอดหรือมองไม่ชัดถาวรได้ไหม

ภาวะนี้เกิดจากเลือดออกบริเวณเยื่อบุตาขาวส่วนตื้นเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโครงสร้างภายในดวงตาอย่างกระจกตา จอประสาทตา หรือเส้นประสาทตาแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่อันตรายถึงขั้นทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดถาวร ผู้ป่วยจะยังคงมองเห็นภาพได้ชัดเจนเป็นปกติตลอดระยะเวลาที่มีอาการ

แหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ : 

ที่มา : -