หากใครกำลังเผชิญกับปัญหาดวงตาดูไม่สดใส มีลักษณะตาปรือเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา หรือดูมีอายุเกินจริง สาเหตุหลักมักมาจากความหย่อนคล้อยของเปลือกตาที่บดบังชั้นตา ปัญหานี้ไม่เพียงทำลายความมั่นใจ แต่ยังส่งผลต่อบุคลิกภาพโดยรวม การมองหาวิธีแก้หนังตาตกจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยคืนความอ่อนเยาว์และปรับโหงวเฮ้งให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น ซึ่งในบทความนี้มีคำตอบถึงที่มาและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
หนังตาตก คือ ภาวะที่เปลือกตาบนตกลงมาปิดทับดวงตามากกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากหนังตาส่วนเกินที่หย่อนคล้อยตามวัย (Dermatochalasis) หรือเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Ptosis) ทำให้ดวงตาดูเล็กลง ไม่สมมาตร หรือดูเหมือนคนง่วงนอนตลอดเวลา ในบางรายที่มีอาการรุนแรง หนังตาอาจตกลงมาบดบังการมองเห็น ทำให้ต้องคอยเลิกคิ้วหรือเงยหน้าขึ้นเพื่อช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพและทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณหน้าผากก่อนวัยอันควร
ปัญหาเปลือกตาตกหย่อนลงมาปิดทับดวงตาดำมากกว่าปกติ เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย จนกลายเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยสามารถแบ่งสาเหตุหลักได้ ดังนี้
สามารถพบได้ ตั้งแต่อายุไม่มาก อาจมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์หรือลักษณะโครงสร้างของตา เชื้อชาติ ทำให้มีหนังตาส่วนเกินหย่อนคล้อยลงมาทับชั้นตา ทำให้เห็นชั้นตาไม่ชัด เป็นคนไม่มีชั้นตาหรือชั้นตาหลบใน
สาเหตุส่วนมากเกิดจากกอายุที่มากขึ้น ทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อรอบดวงตาขาดคอลลาเจน ตามด้วยขาดความยืดหยุ่น จึงทำให้มีหนังตาหย่อนคล้อยลงมา ในยุคปัจจุบันเราจะเห็นว่าสาว ๆ นิยมติดสติกเกอร์ตาสองชั้น ซึ่งจากประสบการณ์ของหมอพบว่า การติดสติกเกอร์ตาสองชั้นบ่อยๆ จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้หนังตาหย่อนคล้อยได้
ปัญหาหนังตาตกจึงพบได้ทั้งในคนอายุไม่มากและจะพบมากขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น ผิวหนังรอบดวงตาก็เหมือนผิวหนังบริเวณอื่นของร่างกาย เมื่อมีการหย่อนคล้อยทำให้ตกลงมา ทำให้หางตาตก แน่นอนจะทำให้ดุมีอายุมากขึ้นดูแก่มากขึ้น และอาจส่งผลให้สุขภาพตาแย่ตามมาได้เช่น รู้สึกหนักตา ขนตาทิ่มกระจกตา ทำให้น้ำตาไหลง่ายหรือตาอักเสบ และอาจทำให้บดบังวิสัยทัศน์ในการมองเห็นได้ ดังนั้น สิ่งที่สำคัญในการทำศัลยกรรมตาสำหรับหนังตาตก คือการตกแต่งหนังตา (Blepharoplasty) ให้มีความเป็นธรรมชาติ เหมาะกับรูปทรงตา
สำหรับผู้ที่เริ่มมีความกังวลเรื่องรอบดวงตา มักจะมองหาวิธีดูแลแบบธรรมชาติเบื้องต้นเพื่อช่วยพยุงสภาพผิวรอบดวงตาให้ดูดีขึ้น เช่น
การนวดบริหารรอบดวงตา : การใช้นิ้วมือนวดคลึงเบา ๆ บริเวณคิ้วและเปลือกตา เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
การประคบเย็น : การใช้เจลเย็นหรือถุงชาแช่เย็นประคบ เพื่อลดอาการบวมและเพิ่มความสดชื่น
การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตา (Eye Cream) : การทาครีมที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์และเปปไทด์ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้ว วิธีรักษาแบบธรรมชาติเหล่านี้ทำได้เพียงแค่เพิ่มความชุ่มชื้นและลดอาการบวมเพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาหนังตาตก หรือทำให้หนังตาส่วนเกินและไขมันที่หย่อนคล้อยหดตัวกลับไปได้จริง หากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและสามารถยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุด การแก้หนังตาตกด้วยวิธีทางการแพทย์จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างแท้จริง
การแก้หนังตาตกด้วยวิธีทางการแพทย์ มีเทคนิคที่ช่วยจัดการกับความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแพทย์จะประเมินจากระดับความรุนแรงของปัญหา เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด ดังนี้
เป็นการใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงยิงลงไปใต้ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยยกกระชับผิวบริเวณรอบดวงตาและหางตาให้ดูตึงขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย
ข้อดี : ไม่มีแผล ไม่ต้องใช้เข็ม และไม่ต้องพักฟื้น
ข้อเสีย : ผลลัพธ์ไม่ถาวร และไม่สามารถกำจัดหนังตาส่วนเกินหรือไขมันสะสมที่เปลือกตาออกไปได้
แพทย์จะทำการฉีดสารโบทูลินัมท็อกซินเพื่อคลายกล้ามเนื้อส่วนที่ดึงคิ้วลง (Depressor Muscles) ส่งผลให้หางคิ้วและหนังตาช่วงหางตายกกระชับขึ้นเล็กน้อย (Chemical Brow Lift) ทำให้ดวงตาดูเปิดกว้างขึ้น
ข้อดี : เห็นผลรวดเร็ว ใช้เวลาทำไม่นาน ไม่มีแผลผ่าตัด
ข้อเสีย : เป็นเพียงการแก้ไขชั่วคราว (ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน) ยกกระชับได้เพียงเล็กน้อย และไม่สามารถแก้ปัญหาหนังตาส่วนเกินได้
การผ่าตัดแก้หนังตาตกเป็นวิธีที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดและเด็ดขาดที่สุด สำหรับผู้ที่มีปัญหาหนังตาหย่อนคล้อยหรือมีไขมันสะสมมาก โดยแพทย์จะทำการกรีดบริเวณชั้นตาเพื่อตัดหนังตาและไขมันส่วนเกินออก จากนั้นจึงเย็บสร้างชั้นตาใหม่ให้สวยงาม
ข้อดี : ให้ผลลัพธ์ระยะยาว แก้ปัญหาได้ตรงจุดทั้งเรื่องความสวยงามและช่วยเปิดทัศนวิสัยการมองเห็นให้กว้างขึ้น
ข้อเสีย : มีอาการบวมช้ำหลังทำ ต้องเผื่อเวลาสำหรับการพักฟื้น และต้องมีวินัยในการดูแลแผลอย่างเคร่งครัด
เพื่อให้การผ่าตัดแก้หนังตาตกผ่านไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม การเตรียมตัวทั้งก่อนและหลังทำศัลยกรรมจึงเป็นขั้นตอนที่ควรให้ความสำคัญ
แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
งดยา อาหารเสริม และวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น แอสไพริน, วิตามินอี, น้ำมันปลา) อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้แผลสมานตัวได้ดีและลดโอกาสติดเชื้อ
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และสระผมให้เรียบร้อยก่อนวันผ่าตัด เนื่องจากช่วงแรกหลังทำอาจสระผมได้ไม่สะดวก
ประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาอย่างสม่ำเสมอในช่วง 1-3 วันแรก เพื่อลดอาการบวมช้ำ
ห้ามขยี้ตา และระมัดระวังไม่ให้แผลโดนน้ำอย่างเด็ดขาดจนกว่าจะถึงวันตัดไหม
งดใส่คอนแทคเลนส์และการแต่งหน้ารอบดวงตาในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
ทำความสะอาดแผลอย่างเบามือด้วยน้ำเกลือตามที่คลินิกแนะนำ และรับประทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง
Sky Clinic เราเลือกใช้เทคนิคการกรีดยาว ร่วมกับการตัดตกแต่งหนังตา และตกแต่งไขมันตา เพื่อแก้ปัญหาของหนังตาส่วนเกินและหนังตาหย่อนคล้อยให้กลับมาดูดีขึ้นอีกครั้ง วิธีนี้จะช่วยจัดการชั้นตาให้คมชัดและดูอ่อนเยาว์
อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีที่มีความหย่อนคล้อยช่วงหางตามาก หรือต้องการยกกระชับช่วงคิ้ว แพทย์อาจพิจารณาการทำซ่อนแผลใต้คิ้ว (Subbrow Lift) ร่วมด้วย เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์แบบและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุด โดยมีจุดเด่นที่ทำให้มั่นใจได้ ดังนี้
ดูแลโดยจักษุแพทย์ : ดำเนินการผ่าตัดโดย “หมอสกาย” จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างรอบดวงตา มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย
ประเมินปัญหาแบบเฉพาะบุคคล : วิเคราะห์ปัญหาอย่างละเอียดเพื่อเลือกเทคนิคและออกแบบชั้นตาให้รับกับสัดส่วนใบหน้าของแต่ละคน
เทคนิคแผลเล็ก ซ่อนรอยเนียน : เน้นความประณีต ช่วยลดอาการบวมช้ำ ซ่อนรอยแผลได้เนียนตา และช่วยให้ฟื้นตัวไว
ติดตามผลอย่างใส่ใจ : มีทีมงานดูแลหลังทำอย่างใกล้ชิด ไม่ทิ้งเคส พร้อมให้คำปรึกษาตลอดระยะเวลาพักฟื้น
ในการผ่าตัดทำศัลยกรรมแก้หนังตาตกนั้น เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก โดยใช้ยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชม. ไม่ต้องพักฟื้นที่ รพ หลังผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้เลย ตัดไหม 7 วันหลังทำ ขนาดของแผลขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของหนังตาที่ตกว่ามากน้อยหรือไม่ โดยทั่วไปจะเริ่มเข้าที่ที่ 4-6 เดือน
ปัญหาหนังตาหย่อนคล้อยไม่เพียงแต่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ แต่ยังกระทบต่อบุคลิกภาพและการมองเห็น การแก้ไขด้วยวิธีทางการแพทย์จึงเป็นทางออกที่ช่วยคืนความสดใสและความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง สำหรับผู้ที่สนใจสามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตา
ระหว่างผ่าตัดแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะจุด ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำการผ่าตัด หลังจากยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการตึงหรือปวดระบมเล็กน้อย ซึ่งสามารถทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการได้
สามารถทำได้ หากแพทย์ประเมินแล้วพบว่ามีหนังตาส่วนเกินเยอะจากพันธุกรรม หรือมีภาวะหนังตาตกที่บดบังการมองเห็น ก็สามารถใช้เทคนิคผ่าตัดเพื่อสร้างชั้นตาใหม่ให้ชัดเจนขึ้นได้
การผ่าตัดตัดหนังตาส่วนเกินออกให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและค่อนข้างถาวร อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาก็อาจเกิดความหย่อนคล้อยลงได้อีกตามวงจรธรรมชาติของร่างกาย