ปัญหาดวงตาไม่ได้มีเพียงเรื่องของความสวยงามหรือสายตาเท่านั้น แต่ลักษณะโครงสร้างของเปลือกตาก็ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะภาวะเปลือกตาม้วนเข้าที่สร้างความระคายเคืองและอาจทำลายกระจกตาได้โดยที่เราไม่รู้ตัว หลายคนอาจสงสัยว่าอาการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และหากทิ้งไว้นาน ๆ จะส่งผลเสียร้ายแรงหรือไม่
บทความนี้ Sky Clinic จะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุและแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง เพื่อคืนความสบายตาและบุคลิกภาพที่ดีกลับมาอีกครั้ง
ภาวะเปลือกตาม้วนเข้า (Entropion) คือลักษณะที่ขอบเปลือกตา ไม่ว่าจะเป็นส่วนของหนังตา ขอบตา หรือแนวขนตา ม้วนกลับเข้าไปด้านในดวงตา ส่งผลให้เส้นขนตาและผิวหนังบริเวณขอบตาเกิดการเสียดสีกับกระจกตาและตาขาวอยู่ตลอดเวลา ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับเปลือกตาบนและเปลือกตาด้านล่าง ซึ่งความรุนแรงมีตั้งแต่การระคายเคืองเล็กน้อยไปจนถึงการอักเสบติดเชื้อของกระจกตา หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นในระยะยาวได้
ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยด้านโครงสร้างร่างกายและอายุเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนี้
ความเสื่อมตามวัยคือสาเหตุที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เมื่อเรามีอายุมากขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณรอบดวงตา เอ็นยึดเปลือกตา และกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่พยุงเปลือกตาจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและหย่อนคล้อยลง ทำให้เปลือกตาขาดแรงยึดเกาะที่แข็งแรงพอที่จะคงรูปทรงเดิมไว้ จึงม้วนตัวเข้าหาลูกตาได้ง่ายขึ้น
สำหรับคนไทยหรือชาวเอเชีย มักพบปัญหาเปลือกตาม้วนเข้าได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เนื่องจากลักษณะทางพันธุกรรมที่มีเนื้อเปลือกตาค่อนข้างหนา มีไขมันสะสมบริเวณเปลือกตามาก หรือมีภาวะ เปลือกตาไม่เท่ากัน ซึ่งไขมันและหนังตาที่หนาเกินไปนี้จะไปเบียดและกดทับขอบตาให้ม้วนงอเข้าด้านในจนขนตาทิ่มตา
ในบางกรณี ภาวะกล้ามเนื้อตาที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตาทำงานผิดปกติหรือไม่มีกำลังเพียงพอ (Ptosis) จะทำให้หนังตาตกลงมาบังลูกตา และอาจส่งผลให้แนวขอบตาบิดเบี้ยวจนเกิดการม้วนเข้าข้างในได้ การตรวจเช็กกับจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการจึงมีความสำคัญมากในการแยกแยะอาการนี้
หากเราเคยมีประวัติการติดเชื้อรุนแรงบริเวณดวงตา เช่น โรคริดสีดวงตา หรือได้รับอุบัติเหตุจากสารเคมี
ไฟไหม้ รวมถึงการผ่าตัดตาในอดีตที่ผิดพลาด แผลเป็นที่เกิดขึ้นอาจหดตัวและดึงรั้งเนื้อเยื่อเปลือกตาให้ผิดรูป จนเกิดการม้วนเข้าในที่สุด
เป้าหมายสำคัญของการรักษาคือการปกป้องกระจกตาไม่ให้ได้รับความเสียหาย และจัดวางตำแหน่งขอบตาให้กลับมาอยู่ในสภาวะปกติ โดยมีทั้งวิธีบรรเทาและวิธีรักษาให้หายขาด
สำหรับกรณีที่อาการยังไม่รุนแรง หรือต้องการบรรเทาความเจ็บปวดในเบื้องต้น เราสามารถใช้การหยอดน้ำตาเทียมเพื่อลดการเสียดสี การใช้เทปทางการแพทย์ช่วยดึงรั้งผิวเปลือกตาไม่ให้ม้วนเข้า หรือการฉีดสารลดเลือนริ้วรอย (Botulinum Toxin) เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งจนดึงรั้งเปลือกตา อย่างไรก็ตาม วิธีเหล่านี้เป็นเพียงการแก้ไขชั่วคราวเท่านั้น ไม่สามารถรักษาให้หายถาวรได้
วิธีที่ได้ผลดีและเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุคือการผ่าตัด โดยจักษุแพทย์ชำนาญการจะแนะนำการทำตาสองชั้น เพื่อตัดแต่งหนังตาและไขมันส่วนเกินที่กดทับออก ร่วมกับการปรับแต่งความตึงของกล้ามเนื้อตาและเอ็นยึดเปลือกตา วิธีนี้จะช่วยพลิกแนวขนตาให้กลับออกมาด้านนอกตามธรรมชาติ แก้ไขปัญหาเปลือกตาไม่เท่ากัน และยังช่วยให้ดวงตาดูสดใส และดูเป็นธรรมชาติ
ภาวะนี้ส่วนใหญ่เกิดจากโครงสร้างทางกายภาพที่เปลี่ยนแปลงไป จึงไม่สามารถหายเองได้ และหากปล่อยไว้มักจะมีอาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระจกตาเป็นแผลเรื้อรัง
การผ่าตัดที่คลินิกทำตาที่ได้มาตรฐานจะมีการใช้ยาชาเฉพาะจุด เราจะไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำ หลังผ่าตัดจะมีอาการบวมช้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ และจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนภายใน 1-3 เดือน
ไม่จริง การฉีดโบท็อกซ์ช่วยลดแรงดึงรั้งของกล้ามเนื้อได้ชั่วคราวเท่านั้น ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน หลังจากนั้นเปลือกตาจะกลับมาม้วนเข้าเหมือนเดิมหากไม่ได้ผ่าตัดแก้ไขโครงสร้าง
ภาวะเปลือกตาม้วนเข้า ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรละเลย เพราะทุกวินาทีที่ขนตาเสียดสีกับดวงตา คือการทำลายกระจกตาอย่างต่อเนื่อง หากเรามีอาการเคืองตา น้ำตาไหล หรือสังเกตเห็นขอบตาม้วนผิดปกติ การปรึกษาจักษุแพทย์ชำนาญการเพื่อวินิจฉัยและรักษาด้วยการผ่าตัดปรับโครงสร้างเปลือกตา คือทางออกที่ปลอดภัยและคุ้มค่า
ที่ Sky Clinic เราพร้อมดูแลเราด้วยทีมจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมจักษุตกแต่งโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาเปลือกตาม้วน การปรับกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือความต้องการ ทำตาสองชั้น เพื่อเสริมบุคลิกภาพ เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ