ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางและการมีสารคัดหลั่งถือเป็นกลไกธรรมชาติในการกำจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ที่เสื่อมสภาพ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มรู้สึกว่าขี้ตาเยอะจนผิดสังเกต หรือตื่นนอนมาแล้วรู้สึกตาแฉะจนรำคาญใจ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บ่งบอกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อ ภูมิแพ้ หรือปัญหาสุขภาพตาด้านอื่น ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม การทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เรารับมือได้อย่างถูกต้องและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้นในอนาคต
การแยกแยะความแตกต่างระหว่างอาการปกติกับความผิดปกติเป็นสิ่งสำคัญ หากพบว่าเริ่มมีขี้ตาเยอะกว่าทุกวัน หรือต้องคอยเช็ดออกตลอดเวลา แสดงว่าดวงตากำลังเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ การสังเกตลักษณะอาการอย่างละเอียดจะช่วยให้ประเมินความรุนแรงเบื้องต้นได้ว่าควรดูแลตัวเองหรือรีบไปพบแพทย์
โดยปกติร่างกายจะผลิตขี้ตาออกมาเล็กน้อยในช่วงตื่นนอนเพื่อขับฝุ่นละออง แต่หากพบว่าปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างวัน หรือต้องเช็ดออกทุกชั่วโมง ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ปกติ นอกจากนี้ หากลักษณะของขี้ตาเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น มีความเหนียวข้นมากขึ้น หรือจับตัวเป็นก้อนแข็งจนทำให้ลืมตาไม่ขึ้นในตอนเช้า สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าดวงตากำลังต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือการติดเชื้อที่รุนแรงกว่าภาวะปกติ
สีของสารคัดหลั่งสามารถบ่งบอกสุขภาพตาได้ชัดเจน ในสภาวะปกติขี้ตาจะเป็นก้อนเล็กใสหรือสีขาวขุ่นเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อไหร่ที่สังเกตเห็นว่าขี้ตามีความข้นเหนียวผิดปกติ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม สีเขียว หรือแม้แต่สีขาวขุ่นแต่มีลักษณะยืดยาวเป็นเส้น ลักษณะเหล่านี้จัดเป็นขี้ตาที่ไม่ปกติ ซึ่งมักสัมพันธ์กับการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการอักเสบที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการลุกลามไปยังส่วนอื่นของดวงตา
บ่อยครั้งที่ขี้ตาที่ผิดปกติจะมาพร้อมกับอาการทางตาอื่น ๆ เช่น เปลือกตาบวมแดง รู้สึกเจ็บระคายเคืองเหมือนมีทรายในตา การมองเห็นพร่ามัวลง หรือมีภาวะสู้แสงไม่ได้ นอกจากนี้อาจพบอาการทางร่างกายร่วมด้วย อาทิ มีไข้ต่ำ เจ็บคอ มีผื่นขึ้นตามตัว หรือเป็นปฏิกิริยาจากการแพ้ยาและการได้รับเคมีบำบัด หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยแสดงว่าไม่ใช่ภาวะปกติและควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
เพื่อการรักษาที่ตรงจุด เราจำเป็นต้องรู้สาเหตุที่มีขี้ตาเยอะว่าเกิดจากปัจจัยใด โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการตอบสนองของเยื่อบุตาต่อสิ่งเร้า หรือความผิดปกติของโครงสร้างดวงตา ซึ่งสาเหตุหลักที่พบบ่อยและควรระวังมีดังนี้
การติดเชื้อเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของปัญหานี้ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสที่ทำให้ตาแดงและมีน้ำตาไหลพราก ส่วนการติดเชื้อแบคทีเรียมักทำให้เกิดขี้ตาสีเหลืองหรือเขียวข้นเหนียวจำนวนมาก การติดเชื้อเหล่านี้สามารถแพร่กระจายได้ง่ายจากการสัมผัสหรือใช้ของร่วมกัน ทำให้เยื่อบุตาเกิดการอักเสบและเร่งการสร้างเมือกออกมาเพื่อดักจับเชื้อโรค เป็นกลไกการป้องกันตัวเองของร่างกายที่แสดงออกมาในรูปแบบของสารคัดหลั่งจำนวนมาก
สำหรับคนที่มีประวัติภูมิแพ้ การสัมผัสฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ หรือไรฝุ่น จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารฮิสตามีน ส่งผลให้เกิดอาการคันตา ตาแดง และมีขี้ตาลักษณะเป็นเมือกใสหรือสีขาวเหนียว ๆ ยืด ๆ ออกมาจำนวนมาก อาการมักจะเป็น ๆ หาย ๆ ตามสภาพแวดล้อมที่ไปสัมผัส และอาจมีอาการจามหรือน้ำมูกไหลร่วมด้วยในบางราย ซึ่งต้องแก้ที่ต้นเหตุด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้
อาจฟังดูขัดแย้ง แต่ภาวะตาแห้งสามารถทำให้มีขี้ตาได้เช่นกัน เมื่อดวงตาขาดความชุ่มชื้น ร่างกายจะพยายามผลิตน้ำตาที่มีคุณภาพต่ำออกมาทดแทน ซึ่งน้ำตาชนิดนี้มักมีส่วนผสมของเมือกมากกว่าน้ำ ทำให้เกิดการสะสมของคราบเมือกเหนียว ๆ บริเวณหัวตาหรือหางตา นอกจากนี้ การขาดน้ำหล่อเลี้ยงยังทำให้เกิดการระคายเคืองจนตาอักเสบได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ร่างกายต้องขับสารคัดหลั่งออกมามากขึ้นเพื่อหล่อลื่น
บริเวณโคนขนตามีต่อมไขมันจำนวนมาก หากต่อมเหล่านี้อุดตันหรือติดเชื้อ จะทำให้เกิดภาวะเปลือกตาอักเสบ ส่งผลให้มีเกล็ดแข็ง ๆ คล้ายรังแคเกาะที่โคนขนตา และมีขี้ตาแฉะ ๆ ในตอนเช้า
ผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อหากดูแลความสะอาดไม่เพียงพอ คอนแทคเลนส์เก่าหรือตลับใส่เลนส์สกปรกเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี การใส่เลนส์นานเกินไปจะทำให้กระจกตาขาดออกซิเจน กระตุ้นให้ตาแดงและมีขี้ตาออกมามาก เป็นสัญญาณเตือนว่าดวงตากำลังปฏิเสธสิ่งแปลกปลอมและต้องการการพักฟื้น จึงควรถอดเลนส์ทันทีที่มีอาการผิดปกติ
นอกเหนือจากสาเหตุทั่วไป ยังมีภาวะอื่นที่ทำให้เกิดขี้ตาได้ เช่น ท่อน้ำตาอุดตันซึ่งมักพบในเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ทำให้มีน้ำตาเอ่อล้นและติดเชื้อซ้ำซ้อน แผลที่กระจกตาจากการบาดเจ็บ หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตา การละเลยอาการเหล่านี้โดยคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยอาจนำไปสู่การติดเชื้อลุกลามจนส่งผลกระทบต่อการมองเห็นในระยะยาวได้ จึงต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์
หากปริมาณขี้ตามีน้อยมักไม่อันตราย แต่ถ้าสังเกตเห็นความผิดปกติของสี ความสม่ำเสมอ หรือความถี่ที่เพิ่มขึ้น ควรปรึกษาจักษุแพทย์ กรณีติดเชื้อแพทย์อาจให้ยาหยอดตา ยาป้ายตาปฏิชีวนะ หรือยาต้านไวรัส ส่วนกรณีภูมิแพ้สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้แพ้ สำหรับการดูแลตนเอง การประคบอุ่นช่วยลดอาการระคายเคืองและกำจัดขี้ตาได้ดี หากเปลือกตาติดกันแน่น ให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นวางทิ้งไว้สักครู่เพื่อละลายคราบเหนียวก่อนเช็ดออก
การรักษาความสะอาดเป็นหัวใจสำคัญในการลดการสะสมของเชื้อโรคและบรรเทาอาการ การเช็ดทำความสะอาดดวงตาต้องทำด้วยความระมัดระวังและถูกวิธีเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อนหรือการบาดเจ็บของผิวบอบบางรอบดวงตา โดยมีขั้นตอนดังนี้
เพื่อคลายข้อสงสัยที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการผิดปกติของดวงตา เราได้รวบรวมคำถามที่หลายคนกังวลใจมาตอบให้หายข้องใจ การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้เราตัดสินใจดูแลรักษาตัวเองได้ทันท่วงทีและลดความกังวลที่ไม่จำเป็นเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพตา
การมีขี้ตาเล็กน้อยตอนตื่นนอนถือเป็นเรื่องปกติ เพราะขณะหลับเราไม่ได้กะพริบตา ทำให้คราบไขมันและเซลล์ที่ตายแล้วสะสมอยู่ที่หัวตา แต่ถ้าปริมาณมากจนลืมตายาก หรือมีสีเขียวเหลืองร่วมด้วยถือว่าไม่ปกติ อาจเกิดจากเปลือกตาอักเสบหรือการติดเชื้อที่สะสมตลอดทั้งคืน ควรสังเกตอาการหลังจากล้างหน้าแล้วว่ายังมีขี้ตาไหลออกมาต่อเนื่องระหว่างวันหรือไม่ ถ้ามีควรรีบพบแพทย์
สีของขี้ตามีความสัมพันธ์โดยตรงกับสาเหตุ หากเป็นสีเขียวหรือเหลืองเข้ม มักเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชัดเจน ซึ่งร่างกายส่งเม็ดเลือดขาวมาต่อสู้กับเชื้อโรคจนกลายเป็นหนองปนออกมา หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้กระจกตาเป็นแผลได้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม ไม่ควรปล่อยให้หายเองเพราะเชื้ออาจลุกลามและรุนแรงขึ้น
การซื้อยาหยอดตาใช้เองมีความเสี่ยงสูง เพราะเราไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ยาบางชนิดมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ซึ่งหากใช้ผิดวิธีอาจทำให้ความดันลูกตาสูงหรือติดเชื้อรุนแรงกว่าเดิม โดยเฉพาะกรณีที่ติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส การใช้ยาผิดประเภทอาจไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นและอาจเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงต่อดวงตาได้ จึงแนะนำให้พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยก่อนใช้ยา
ปัญหาขี้ตาเยอะไม่ใช่เรื่องไกลตัวและเป็นสัญญาณเตือนภัยสุขภาพตาที่สำคัญ การหมั่นสังเกตความผิดปกติของสี ปริมาณ และอาการร่วม จะช่วยให้เรารู้ทันโรคและรักษาได้ทันเวลา การดูแลความสะอาดและไม่ซื้อยาใช้เองเป็นเรื่องสำคัญของการถนอมดวงตา แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปตาด้านอื่น ๆ สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว แก้ไขปัญหาการทำตาสองชั้นแล้วลืมตาไม่ขึ้น และกำจัดไขมันใต้ตา เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ