ปัญหาผิวพรรณบริเวณรอบดวงตาเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้หลายคนได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเราสังเกตเห็นตุ่มใต้ตาที่นูนขึ้นมา ทั้งลักษณะที่เป็นเม็ดเล็กแข็งหรือก้อนนูนนิ่ม ๆ ซึ่งทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน บริเวณรอบดวงตานั้นมีความบอบบางเป็นพิเศษ การทำความเข้าใจที่มาของปัญหาอย่างถูกต้องจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ก่อนที่เราจะตัดสินใจหาวิธีจัดการให้ผิวกลับมาสดใส เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมาอีกครั้ง
การแยกแยะชนิดของตุ่มใต้ตาให้ถูกต้องเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากในการรักษา เพราะตุ่มแต่ละแบบมีต้นตอที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการอุดตันของรูขุมขน หรือความผิดปกติของต่อมไขมัน ซึ่งเราได้รวบรวมลักษณะเด่นของตุ่มที่พบได้บ่อยมาไว้เพื่อให้สังเกตได้ง่ายขึ้น ดังนี้
เมื่อทราบประเภทแล้ว เรามาดูปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดตุ่มเหล่านี้กันบ้าง การรู้สาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงและป้องกันได้อย่างตรงจุด ซึ่งต้นตอของปัญหาอาจมาจากทั้งปัจจัยภายในร่างกายและพฤติกรรมการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน
ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ทำให้เรามีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายและปลอดภัยมากขึ้น การเลือกวิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของตุ่ม รวมถึงสภาพผิวของแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินวิธีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
ในกรณีที่เป็นตุ่มขนาดเล็กหรือเพิ่งเริ่มเป็น การใช้ยาอาจเป็นทางเลือกแรก แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาที่มีฤทธิ์ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เพื่อช่วยเปิดหัวสิวหรือลดการอุดตันของรูขุมขน วิธีนี้ต้องอาศัยความต่อเนื่องและเวลาในการรักษา อาจใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่ข้อดีคือไม่ต้องเจ็บตัวและไม่มีแผลหลังการรักษา
การใช้เลเซอร์ เช่น CO2 Laser เป็นวิธียอดนิยมสำหรับจักษุแพทย์และแพทย์ผิวหนัง เพราะมีความแม่นยำสูง สามารถกำจัดเนื้อเยื่อส่วนเกินหรือตุ่มนูนออกได้โดยไม่กระทบต่อผิวหนังบริเวณรอบข้างที่ปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็นขนาดใหญ่ แผลหลังทำมักจะเล็กและตกสะเก็ดหลุดไปเองภายใน 1 สัปดาห์ เหมาะสำหรับสิวหิน ไซริงโกมา หรือตุ่มไขมันขนาดเล็ก
วิธีนี้ใช้กระแสไฟฟ้าความถี่สูงเพื่อสร้างความร้อนในการจี้ทำลายเนื้อเยื่อที่เป็นตุ่มนูน มักใช้ในกรณีของติ่งเนื้อ หรือตุ่มที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ที่เลเซอร์อาจใช้เวลานานกว่า การจี้ไฟฟ้าสามารถกำจัดตุ่มได้ทันที แต่อาจต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เพื่อควบคุมระดับความลึกไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นลึกหรือรอยดำหลังทำ
นอกเหนือจากยาที่แพทย์จ่าย ผลิตภัณฑ์กลุ่มเวชสำอางที่มีส่วนผสมของ Retinoids หรือ AHA/BHA ในความเข้มข้นที่เหมาะสมสำหรับผิวรอบดวงตา สามารถช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก ลดโอกาสการเกิดสิวหินใหม่ อย่างไรก็ตาม การใช้ยาทากลุ่มนี้ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะผิวรอบดวงตาบอบบาง อาจเกิดการระคายเคืองได้ง่ายหากใช้ผิดวิธี
สำหรับตุ่มไขมันขนาดใหญ่ หรือ Xanthelasma ที่มีรากลึกและกินบริเวณกว้าง การรักษาด้วยเลเซอร์อาจไม่เพียงพอ จักษุแพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีการผ่าตัดเล็กเพื่อตัดเอาก้อนไขมันและผิวหนังส่วนเกินออก แล้วเย็บปิดแผลด้วยความประณีต วิธีนี้ช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้ดี และยังสามารถช่วยเก็บความหย่อนคล้อยของเปลือกตาในคราวเดียวได้ในบางเคส
แม้การรักษาทางการแพทย์จะได้ผลดี แต่การดูแลตัวเองที่บ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อป้องกันไม่ให้ตุ่มกลับมาเป็นซ้ำ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยสามารถสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงและดูสดใสขึ้นได้ในระยะยาว
หลายคนมักมีข้อสงสัยเกี่ยวกับธรรมชาติของตุ่มใต้ตาและการรักษา เราจึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยเพื่อคลายข้อสงสัย และช่วยให้ทุกคนมีความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลผิวรอบดวงตามากยิ่งขึ้น
ในกรณีของเด็กทารก มิเลียหรือสิวหินมักจะหายไปได้เองเมื่อโตขึ้น แต่สำหรับผู้ใหญ่ตุ่มใต้ตาส่วนใหญ่มักจะไม่หายเอง หากเป็นสิวหินหรือตุ่มไขมัน มันอาจคงอยู่แบบนั้นหรือมีขนาดใหญ่ขึ้นตามกาลเวลา หากทิ้งไว้นานอาจรักษายากขึ้น ดังนั้นการพบแพทย์เพื่อทำการรักษาจึงเป็นวิธีที่แนะนำมากกว่าการรอให้หายเอง
ก่อนการทำเลเซอร์ แพทย์จะมีการแปะยาชาบริเวณที่จะทำการรักษาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที ทำให้ในขณะทำผู้รับบริการจะรู้สึกเพียงแค่อุ่น ๆ หรือรู้สึกเหมือนมดกัดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้เจ็บปวดอย่างที่กังวล และหลังทำอาจมีอาการแสบเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองในเวลาไม่นาน
มีความเกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะตุ่มไขมันเหลือง (Xanthelasma) ที่มักพบในผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูง การรับประทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ แป้ง และน้ำตาลสูง อาจส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายเพิ่มขึ้น และไปกระตุ้นให้ก้อนไขมันใต้ตาขยายขนาดหรือเกิดขึ้นใหม่ได้ การคุมอาหารจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล
ตุ่มใต้ตามีหลายประเภทและหลายสาเหตุ ทั้งจากพันธุกรรม ฮอร์โมน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงแต่ก็ส่งผลต่อความมั่นใจได้ การแยกแยะประเภทตุ่มให้ถูกต้องและการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการทายา เลเซอร์ หรือการผ่าตัด ภายใต้การดูแลของแพทย์ จะช่วยกู้คืนผิวรอบดวงตาให้กลับมาเรียบเนียนได้ แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปตาด้านอื่น ๆ สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ
Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว และกำจัดถุงไขมันใต้ตา เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ