การบริหารกล้ามเนื้อตา วิธีง่าย ๆ ช่วยลดอาการล้าจากการใช้หน้าจอ
icon  icon
การบริหารกล้ามเนื้อตา

การบริหารกล้ามเนื้อตา ช่วยลดตาล้าและเพิ่มความผ่อนคลายให้ดวงตา

ในยุคดิจิทัลที่ผู้คนต้องใช้สายตาจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนติดต่อกันเป็นเวลานาน อาการตาล้าและปวดกระบอกตาจึงกลายเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน หลายคนพยายามหาวิธีบรรเทาความเมื่อยล้าเหล่านี้แต่ยังไม่พบทางออกที่ตรงจุด บทความนี้จึงขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับการบริหารกล้ามเนื้อตา ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่ายในทุกสถานที่ เพื่อช่วยฟื้นฟูความสดใสและลดความตึงเครียดของดวงตาอย่างถูกวิธี


สนใจปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญ

กล้ามเนื้อตาล้า คืออะไร

กล้ามเนื้อตาล้าคือภาวะที่ดวงตาทำงานหนักเกินไปจนเกิดความอ่อนล้าสะสม ทำให้ประสิทธิภาพการมองเห็นลดลงชั่วคราวและรู้สึกปวดเกร็งบริเวณรอบดวงตา บางครั้งอาจส่งผลให้ต้องพยายามเบิกตาหรือเลิกคิ้วขึ้นเพื่อช่วยในการมองเห็นจนเกิดรอยพับและทำให้ หน้าผากเป็นคลื่น ได้โดยไม่รู้ตัว อาการนี้มักเกิดจากการเพ่งมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่องจนกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของลูกตาขาดการพักผ่อนและสูญเสียความยืดหยุ่นในที่สุด

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเพลียตาและปวดตา

อาการเพลียตาไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ แต่มักมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ส่งผลกระทบต่อดวงตาโดยตรง การทำความเข้าใจต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริงจะช่วยให้เราสามารถหลีกเลี่ยงและปรับเปลี่ยนนิสัยเพื่อถนอมสายตาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักที่มักพบได้บ่อยมีดังต่อไปนี้

ใช้สายตาต่อเนื่องโดยไม่พัก

การจดจ่ออยู่กับหน้าจอหรือการทำงานที่ต้องใช้ความละเอียดเป็นเวลานานโดยไม่มีการพักสายตา ถือเป็นพฤกรรมทำร้ายดวงตาอย่างรุนแรง เมื่อเราเพ่งมองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อัตราการกะพริบตาจะลดลงตามธรรมชาติ ทำให้ตาแห้งและเกิดการระคายเคือง พฤติกรรมสะสมเช่นนี้อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่อธิบายว่ากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเกิดจากพฤติกรรมการใช้งานที่หนักเกินไปจนทำให้ระบบภายในดวงตาไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ทัน

แสงหน้าจอและสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม

สภาพแสงสว่างที่ไม่สมดุล ไม่ว่าจะเป็นแสงจ้าจากหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือแสงสว่างภายในห้องที่ไม่เพียงพอ ล้วนทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อปรับแสงให้พอดีกับการมองเห็น นอกจากนี้แสงสีฟ้าจากหน้าจอยังสามารถทะลุทะลวงเข้าสู่จอประสาทตาและกระตุ้นให้เกิดความเมื่อยล้าได้เร็วกว่าปกติ การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดภาระของดวงตาลงได้

การเพ่งโฟกัสระยะใกล้นานเกินไป

ดวงตาของมนุษย์ถูกออกแบบมาให้มองเห็นในระยะไกลและระยะใกล้สลับกันไป การที่เราก้มมองหน้าจอโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือในระยะประชิดเป็นเวลานาน จะบังคับให้เลนส์ตาและกล้ามเนื้อรอบดวงตาต้องหดเกร็งตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อรักษาระยะโฟกัส เมื่อกล้ามเนื้อส่วนนี้ต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้คลายตัวออก จะส่งผลให้เกิดอาการปวดกระบอกตาและรู้สึกหนักอึ้งบริเวณเปลือกตาได้อย่างชัดเจน

ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนกำลัง (Convergence Insufficiency)

ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนกำลังเป็นความผิดปกติที่ดวงตาทั้งสองข้างไม่สามารถทำงานประสานกันได้อย่างสมบูรณ์เมื่อต้องมองวัตถุในระยะใกล้ ทำให้ดวงตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างเบนออกด้านนอก ส่งผลให้ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการดึงสายตากลับมาโฟกัสที่จุดเดียวกัน อาการนี้ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าอย่างรวดเร็วและมักตามมาด้วยอาการปวดศีรษะหรือมองเห็นภาพซ้อนเมื่อต้องอ่านหนังสือ

พักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียดสะสม

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อทั่วร่างกายรวมถึงดวงตา เมื่อร่างกายอ่อนเพลีย ดวงตาจะขาดน้ำหล่อเลี้ยงและขาดการฟื้นฟูที่จำเป็น ประกอบกับความเครียดสะสมจากหน้าที่การงานที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อใบหน้าและรอบดวงตาหดเกร็งตัวโดยไม่รู้ตัว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นตัวเร่งให้เกิดอาการล้าตาและทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของสายตาลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ประโยชน์ของการบริหารกล้ามเนื้อตา

การฝึกฝนและทำท่าบริหารดวงตาอย่างถูกวิธีเปรียบเสมือนการออกกำลังกายให้ระบบสายตาแข็งแรงขึ้น วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้า แต่ยังส่งเสริมสุขภาพดวงตาในระยะยาวอีกด้วยการบริหารกล้ามเนื้อตาเป็นประจำจะมอบประโยชน์มากมายที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวันให้ดีขึ้นดังนี้

ช่วยลดอาการตึงและเมื่อยล้ารอบดวงตา

การเคลื่อนไหวดวงตาตามท่าบริหารต่าง ๆ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบริเวณรอบดวงตาให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น เลือดที่ไหลเวียนดีจะนำพาออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์กล้ามเนื้อ ทำให้ความตึงเครียดที่สะสมจากการจ้องหน้าจอเป็นเวลานานค่อย ๆ คลายตัวลง การยืดเหยียดนี้จึงเป็นวิธีทางธรรมชาติที่ช่วยลดอาการเมื่อยล้าและทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายเบาสบายตาได้ทันที

เพิ่มประสิทธิภาพการโฟกัสสายตา

การฝึกให้ดวงตาต้องปรับเปลี่ยนระยะการมองเห็นจากใกล้ไปไกลสลับกันไปมา จะช่วยบริหารเลนส์ตาและกล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาให้มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้แข็งแรงและตอบสนองได้รวดเร็ว เราจะสามารถสลับจุดโฟกัสระหว่างหน้าจอคอมพิวเตอร์กับเอกสารบนโต๊ะทำงานได้อย่างราบรื่นและแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องใช้เวลาเพ่งมองนานจนเกิดอาการตาล้า

ลดอาการตาพร่าและมองเห็นภาพซ้อน

สำหรับผู้ที่มีปัญหาการมองเห็นภาพซ้อนชั่วคราวอันเกิดจากความเหนื่อยล้า การทำท่าบริหารที่เน้นการทำงานประสานกันของดวงตาทั้งสองข้างจะช่วยจัดระเบียบการทำงานของระบบสายตาใหม่ การฝึกเพ่งมองจุดศูนย์กลางจะช่วยปรับให้กล้ามเนื้อตาดึงลูกตาให้ตรงแนวกัน ลดปัญหาภาพเบลอหรือภาพซ้อนที่รบกวนการใช้ชีวิต ทำให้การมองเห็นกลับมาคมชัดและมีประสิทธิภาพดังเดิม

ช่วยให้ดวงตาปรับสมดุลได้ดีขึ้น

ทุกครั้งที่เราทำท่าบริหาร ระบบการกะพริบตาและการสร้างน้ำตาจะถูกกระตุ้นให้ทำงานอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่กระจกตาและลดปัญหาตาแห้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นการปรับสมดุลการทำงานของกล้ามเนื้อตาทั้งหกมัดให้สอดคล้องกัน ป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งต้องทำงานหนักมากเกินไปจนเสียสมดุลในระยะยาว

วิธีบริหารกล้ามเนื้อตาด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ


เมื่อทราบถึงประโยชน์แล้ว เราสามารถเริ่มต้นดูแลสุขภาพดวงตาได้ทันทีด้วยขั้นตอนการฝึกที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ ที่บ้านหรือที่ที่ทำงาน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่ยุ่งยาก การบริหารกล้ามเนื้อตาด้วยวิธีนี้จะช่วยฟื้นฟูความสดใสให้กลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว ลองทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

เริ่มจากยืดแขนและตั้งวัตถุให้อยู่กึ่งกลางสายตา

ขั้นตอนแรกให้เราจัดท่านั่งให้หลังตรงและรู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นยืดแขนข้างใดข้างหนึ่งออกไปด้านหน้าให้สุดแขน โดยถือวัตถุชิ้นเล็ก ๆ เช่น ปากกา ดินสอ หรือแม้แต่ปลายนิ้วชี้ของตนเอง ให้วัตถุนั้นอยู่ในระดับสายตาและอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างดวงตาทั้งสองข้างพอดี การตั้งจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องจะช่วยให้ดวงตาสามารถปรับการทำงานร่วมกันได้อย่างสมดุลและเตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไป

เพ่งมองให้เห็นภาพเดียวโดยไม่เกิดภาพซ้อน

เมื่อตั้งวัตถุอยู่ในระยะสุดแขนแล้ว ให้เราจดจ่อสายตาทั้งสองข้างไปที่จุดเด่นของวัตถุนั้น เช่น ปลายปากกา หรือปลายยอดของดินสอ พยายามเพ่งมองให้ชัดเจนที่สุดและสังเกตให้มั่นใจว่าเรามองเห็นวัตถุเป็นชิ้นเดียวอย่างคมชัด หากเห็นเป็นภาพซ้อนให้กะพริบตาเบา ๆ และปรับโฟกัสใหม่จนกว่าดวงตาทั้งสองข้างจะล็อกเป้าหมายเป็นภาพเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์

ค่อย ๆ เลื่อนวัตถุเข้าหาดวงตาช้า ๆ

หลังจากโฟกัสภาพเดียวได้นิ่งแล้ว ให้เราค่อย ๆ งอข้อศอกและเลื่อนวัตถุนั้นเข้ามาใกล้ใบหน้าอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ ในขณะที่วัตถุเคลื่อนเข้ามา สายตาของเราต้องจับจ้องอยู่ที่ปลายวัตถุนั้นตลอดเวลาโดยไม่ละสายตา การทำเช่นนี้จะบังคับให้ลูกตาทั้งสองข้างค่อย ๆ เบนเข้าหากันตรงกลาง เป็นการออกแรงบริหารกล้ามเนื้อตาด้านในให้แข็งแรงและทำงานประสานกันได้อย่างเต็มที่

ถอยกลับสู่จุดเริ่มต้นเมื่อเริ่มมองไม่ชัด

ให้เลื่อนวัตถุเข้ามาใกล้จมูกเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงจุดที่ดวงตาไม่สามารถรักษาระยะโฟกัสได้ ทำให้เห็นวัตถุนั้นเริ่มเบลอหรือแยกออกเป็นสองภาพ เมื่อถึงจุดนี้ให้หยุดเลื่อนวัตถุทันที จากนั้นค่อย ๆ ยืดแขนเลื่อนวัตถุกลับออกไปยังจุดเริ่มต้นอย่างช้า ๆ พร้อมกับรักษาการจดจ่อสายตาไว้ที่วัตถุนั้นตลอดทางจนสุดแขนเหมือนเดิม

ฝึกซ้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยลดอาการล้าตา

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีควรทำท่าบริหารนี้ซ้ำประมาณสิบถึงสิบห้าครั้งต่อหนึ่งรอบ และสามารถทำได้หลายรอบตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงที่ต้องใช้สายตาทำงานหนัก การฝึกอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความคุ้นเคยให้กล้ามเนื้อตา ทำให้ดวงตาสามารถทนทานต่อการทำงานระยะใกล้ได้นานขึ้น และเป็นการบริหารกล้ามเนื้อตาที่ช่วยป้องกันอาการล้าตาได้อย่างยั่งยืน

ทำไมต้องแก้ปัญหากล้ามเนื้อตากับ Sky Clinic

หากการฝึกบริหารด้วยตนเองยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด คลินิกทำตา Sky Clinic พร้อมให้การดูแลด้วยทีมจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการ เราประเมินปัญหาอย่างละเอียดเพื่อหาแนวทางการแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งกล้ามเนื้อตาเพื่อความสวยงามและการมองเห็นที่ชัดเจน หรือการเลือกใช้เทคนิคทางการแพทย์ที่ทันสมัย มั่นใจได้ว่าทุกขั้นตอนจะดูแลดวงตาของเราให้กลับมาสดใสและมีสุขภาพดีอย่างปลอดภัย

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบริหารกล้ามเนื้อตา

เมื่อพูดถึงวิธีการฟื้นฟูดวงตาด้วยตนเอง หลายคนอาจยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอน ผลลัพธ์ และความปลอดภัยในการปฏิบัติ เราจึงได้รวบรวมคำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับการฝึกบริหารสายตามาตอบให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนสามารถนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

บริหารกล้ามเนื้อตาช่วยลดอาการตาล้าได้จริงไหม

การบริหารอย่างถูกวิธีสามารถช่วยบรรเทาอาการตาล้าได้จริง เพราะเป็นการกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตรอบดวงตาทำงานได้ดีขึ้นและช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการเพ่งจอเป็นเวลานาน เมื่อกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นและทำงานประสานกันได้ดีขึ้น อาการปวดเมื่อยตาและภาพเบลอชั่วคราวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ดวงตากลับมารู้สึกสดชื่นและพร้อมสำหรับการทำงานต่อไป

ควรฝึกกล้ามเนื้อตาวันละกี่ครั้ง

เราสามารถทำท่าบริหารได้ทุกเมื่อที่รู้สึกอ่อนล้า แต่เพื่อประสิทธิภาพที่ดี แนะนำให้แบ่งเวลาฝึกประมาณสามถึงสี่ครั้งต่อวัน ครั้งละประมาณสองถึงสามนาที โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน อาจใช้กฎการพักสายตาสลับกับการทำท่าบริหารช่วงสั้น ๆ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ดวงตาทำงานหนักเกินพิกัดจนเกิดความเสียหาย

ใช้อุปกรณ์อย่างดินสอแทนไฟฉายได้หรือไม่

สามารถใช้ปากกา ดินสอ หรือแม้แต่ปลายนิ้วมือของเราแทนอุปกรณ์อื่น ๆ ได้อย่างแน่นอน การฝึกบริหารสายตาไม่ได้เน้นที่ความสว่างของอุปกรณ์ แต่ให้ความสำคัญกับจุดสังเกตที่ชัดเจนเพื่อให้ดวงตาสามารถโฟกัสภาพได้อย่างแม่นยำ การใช้วัตถุใกล้ตัวที่มีลวดลายหรือปลายแหลมเล็กน้อยจะช่วยให้การเพ่งมองทำได้ง่ายและเห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อเกิดภาพซ้อนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สรุปบทความ


อาการตาล้าเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยากในยุคปัจจุบัน แต่เราสามารถดูแลดวงตาให้กลับมาสดใสได้ด้วย บริหารกล้ามเนื้อตา แต่หากปรับพฤติกรรมแล้วยังมีอาการล้าตาอย่างต่อเนื่อง และต้องการต้องแก้ปัญหากล้ามเนื้อตา สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว กำจัดถุงไขมันใต้ตา และการส่องกล้องยกคิ้วเทคนิค Endobrow Lift เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ

ที่มา : -