เยื่อบุตาอักเสบเกิดจากอะไร เมื่อมีอาการตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง
icon  icon
สาเหตุและการดูแลตัวเองเมื่อเป็นตาอักเสบ

ตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง? รู้จักสาเหตุและการดูแลตัวเองเมื่อเป็นตาอักเสบ

เมื่อเกิดอาการตาอักเสบนอกจากการรักษาตามอาการแล้ว การระมัดระวังเรื่องอาหารการกินก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาหารบางชนิดอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้ บทความนี้จะแนะนำว่าตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง พร้อมทั้งสาเหตุของการเกิดโรคและวิธีการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง เพื่อให้อาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว


สนใจปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญ

รู้จักสาเหตุก่อนเช็กลิสต์ตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง

ก่อนจะรู้ว่าตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง เราควรทำความเข้าใจสาเหตุของการเกิดโรคก่อน เพราะตาอักเสบมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีสาเหตุและวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน การรู้สาเหตุจะช่วยให้เราเลือกวิธีการดูแลตัวเองและการรับประทานอาหารได้อย่างเหมาะสม

โรคตาแดง จากเชื้อไวรัส Adenovirus

ตาอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัส Adenovirus เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด โดยเชื้อจะเข้าสู่ดวงตาผ่านการสัมผัสกับน้ำตาหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย หรือการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่เป็นโรค เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หรือหมอน ผู้ป่วยจะมีอาการตาแดง น้ำตาไหลมาก มีขี้ตาสีเหลืองหรือขาว รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา แสบตา และอาจมีต่อมน้ำเหลืองที่คอโต มักเริ่มเป็นที่ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน แล้วลุกลามไปอีกข้างภายใน 2-3 วัน อาการมักจะดีขึ้นเองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ในระหว่างนี้ควรระวังเรื่องอาหารการกินด้วย

โรคตาแดงจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

ตาอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียมักมีอาการรุนแรงกว่าการติดเชื้อไวรัส โดยจะมีอาการตาแดง เจ็บตา มีขี้ตาสีเหลืองหรือเขียวปริมาณมาก และเหนียวข้น บางรายอาจมีอาการปวดตาร่วมด้วย เชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าสู่ดวงตาได้จากการสัมผัสสิ่งสกปรก การใช้มือสกปรกขยี้ตา หรือการใช้คอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาด การรักษาจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ และในช่วงที่เป็นโรคนี้ ต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ เพราะอาจทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้นได้

โรคตาแดงจากภูมิแพ้

ตาอักเสบจากภูมิแพ้เกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้มากเกินไป เช่น ฝุ่น ละอองเกสร ขนสัตว์ หรือควันบุหรี่ ผู้ป่วยจะมีอาการคันตามาก น้ำตาไหล ตาแดง และอาจมีอาการแพ้อื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น จาม น้ำมูกไหล อาการมักเป็นทั้งสองข้างพร้อมกัน และอาจเป็น ๆ หาย ๆ ตามการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ ในกรณีนี้ นอกจากการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้แล้ว การระมัดระวังเรื่องอาหารก็มีความสำคัญ เพราะอาหารบางชนิดอาจกระตุ้นการอักเสบได้

ตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง

ตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง

เมื่อเกิดอาการตาอักเสบ การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการรักษา เพราะอาหารบางชนิดอาจกระตุ้นการอักเสบและทำให้อาการรุนแรงขึ้น ดังนั้น การรู้ว่าตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ห้ามดื่มแอลกอฮอล์

สิ่งแรกที่ต้องงดคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายขาดน้ำ ส่งผลให้ดวงตาแห้งและระคายเคืองมากขึ้น นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังทำให้หลอดเลือดขยายตัว เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปที่ดวงตา ทำให้อาการบวมแดงและอักเสบรุนแรงขึ้น อีกทั้งยังอาจเกิดปฏิกิริยากับยาที่ใช้รักษาตาอักเสบ ทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลง ควรงดดื่มแอลกอฮอล์จนกว่าอาการจะหายสนิท

อาหารดิบ

อาหารดิบเป็นหนึ่งในรายการที่ตาอักเสบห้ามกิน เพราะอาหารดิบอาจมีเชื้อแบคทีเรียหรือพยาธิปนเปื้อน ซึ่งสามารถทำให้การติดเชื้อรุนแรงขึ้น หรือเกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน โดยเฉพาะอาหารทะเลดิบ เนื้อดิบ หรือไข่ดิบ ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค ควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

 อาหารหมักดอง

อาหารหมักดองเป็นอีกหนึ่งรายการที่ตาอักเสบห้ามกิน เนื่องจากในกระบวนการหมักดองมีการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ซึ่งอาจกระตุ้นการอักเสบในร่างกายให้รุนแรงขึ้น นอกจากนี้ อาหารหมักดองยังมักมีปริมาณเกลือสูง ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำและเกิดอาการบวมมากขึ้น ส่งผลให้อาการตาอักเสบแย่ลง ตัวอย่างอาหารที่ควรงด เช่น ผักดอง ปลาร้า กะปิ น้ำปลาร้า และอาหารหมักดองทุกชนิด ควรเลือกรับประทานอาหารสดที่ปรุงสุกใหม่แทน

ตาอักเสบกินอะไรดี

เมื่อทราบแล้วว่าตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยส่งเสริมกระบวนการซ่อมแซมของร่างกายและลดการอักเสบได้ดียิ่งขึ้น สารอาหารบางชนิดมีคุณสมบัติโดดเด่นในการบำรุงเซลล์ประสาทตา ซึ่งจะช่วยเร่งการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อที่กำลังอ่อนแอให้กลับมาแข็งแรงอย่างรวดเร็ว

  • อาหารที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 (Omega-3) พบมากในปลาแซลมอน ปลาทูน่า เมล็ดแฟลกซ์ และวอลนัท กรดไขมันโอเมก้า 3 มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบของร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา ลดภาวะตาแห้งที่อาจกระตุ้นให้อาการระคายเคืองรุนแรงขึ้น และช่วยฟื้นบำรุงต่อมน้ำตา
  • ผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง สตรอว์เบอร์รี บรอกโคลี และพริกหวาน วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยมที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ดีขึ้น พร้อมเสริมสร้างความแข็งแรงให้หลอดเลือดฝอยในดวงตา
  • อาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอและเบต้าแคโรทีน เช่น แครอท ฟักทอง มันเทศ และผักบุ้ง วิตามินเอมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบำรุงกระจกตาและเยื่อบุตาให้แข็งแรง ช่วยป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติม และรักษาประสิทธิภาพของระบบการมองเห็นในช่วงที่ดวงตากำลังอักเสบ
  • อาหารที่ให้แร่ธาตุสังกะสี (Zinc) พบในหอยนางรม เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่วและธัญพืชต่าง ๆ สังกะสีมีบทบาทสำคัญในการนำพาวิตามินเอไปยังจอประสาทตา ทั้งยังช่วยเร่งกระบวนการสมานแผล ลดระยะเวลาการอักเสบ 

การดูแลตัวเองเมื่อเป็นตาอักเสบ

นอกจากการรู้ว่าตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้างแล้ว การดูแลตัวเองที่ถูกต้องก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะช่วยบรรเทาอาการและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ รวมทั้งช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีวิธีการดูแลตัวเองที่ควรปฏิบัติดังนี้

หลีกเลี่ยงการสัมผัส ขยี้ บริเวณดวงตา

การสัมผัสหรือขยี้ตาเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งเมื่อเป็นตาอักเสบ เพราะอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจาย หรือเกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน นอกจากนี้ การขยี้ตายังอาจทำให้เกิดแผลที่กระจกตาและเพิ่มการระคายเคือง ถ้ารู้สึกคันหรือระคายเคือง ให้ใช้ผ้าสะอาดซับเบา ๆ หรือประคบเย็นแทน ควรระวังไม่ให้น้ำยาหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตา และหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณดวงตาจนกว่าอาการจะหายสนิท

หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์

การล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นสิ่งสำคัญเมื่อเป็นตาอักเสบ เพราะมือเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่สำคัญ ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนและหลังหยอดตาหรือป้ายยา ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ ใช้เวลาล้างมืออย่างน้อย 20 วินาที และเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด หรือกระดาษทิชชู การล้างมือที่ถูกวิธีจะช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อและป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

ใส่แว่นตากันลมกันฝุ่น

การใส่แว่นตากันลมกันฝุ่นเป็นวิธีป้องกันที่สำคัญสำหรับผู้ที่เป็นตาอักเสบ เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่นละออง เชื้อโรค หรือสิ่งระคายเคืองเข้าตา โดยเฉพาะเมื่อต้องออกนอกบ้านหรืออยู่ในที่ที่มีลมแรง ควรเลือกแว่นที่มีขนาดพอดีกับใบหน้า ปิดด้านข้างได้สนิท และทำความสะอาดง่าย นอกจากนี้ ควรทำความสะอาดแว่นทุกครั้งหลังใช้งานด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรคและสิ่งสกปรก

ปรึกษาแพทย์

แม้จะรู้ว่าตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้างและมีวิธีดูแลตัวเองที่ถูกต้อง แต่การปรึกษาแพทย์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะเมื่อมีอาการรุนแรง เช่น ปวดตามาก ตามัวลง มีขี้ตาเยอะผิดปกติ หรือมีอาการแย่ลงแม้จะรักษาตามอาการแล้ว แพทย์จะตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงและให้การรักษาที่เหมาะสม รวมทั้งแนะนำวิธีการดูแลตัวเองและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง เพื่อให้หายจากอาการได้เร็วที่สุด

สรุปบทความ

ตาอักเสบควรรีบปรึกษาแพทย์

ตาอักเสบเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและมีหลายสาเหตุ การรู้ว่าตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง และวิธีการดูแลตัวเองที่ถูกต้องจะช่วยให้อาการดีขึ้นเร็วและป้องกันภาวะแทรกซ้อน แต่สำหรับใครที่สนใจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการดูแลในส่วนของเปลือกตาที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพกับคลินิกทำตา สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว และกำจัดถุงไขมันใต้ตา เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเยื่อบุตาอักเสบ

เยื่อบุตาอักเสบกี่วันหาย ต้องหยุดงานหรือหยุดเรียนไหม  

เยื่อบุตาอักเสบมักใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ควรหยุดงานหรือหยุดเรียนอย่างน้อย 3-5 วัน หรือจนกว่าขี้ตาจะหมดและไม่มีอาการตาแดง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น หากเป็นจากภูมิแพ้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ  

ตาแดงจากไวรัสกับแบคทีเรียแยกกันอย่างไรด้วยตาเปล่า  

การแยกเบื้องต้นให้สังเกตลักษณะของขี้ตา ตาแดงจากแบคทีเรียมักมีขี้ตาสีเหลืองหรือเขียวข้น มีปริมาณมากจนทำให้ลืมตาลำบากในตอนเช้า ส่วนตาแดงจากไวรัสมักเริ่มจากน้ำตาไหลข้างเดียว ขี้ตาใสหรือเป็นเมือกสีขาว และมักมีอาการหวัดหรือเจ็บคอร่วมด้วย  

ตาอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง และต้องงดนานแค่ไหน  

ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารดิบ อาหารทะเลที่ไม่สุก และอาหารหมักดองทุกชนิด เพราะอาหารเหล่านี้กระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัวและเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ แนะนำให้งดรับประทานอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ หรือจนกว่าอาการตาแดงและอักเสบจะหายสนิท เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างเต็มที่  

เป็นตาแดงใส่คอนแทคเลนส์หรือแต่งหน้าได้ไหม  

ผู้ที่เป็นตาแดงห้ามใส่คอนแทคเลนส์และงดแต่งหน้ารอบดวงตาโดยเด็ดขาด เพราะเครื่องสำอางและคอนแทคเลนส์เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่ทำให้อาการรุนแรงขึ้น ควรเปลี่ยนมาสวมแว่นตาแทน และแนะนำให้ทิ้งคอนแทคเลนส์หรือเครื่องสำอางตาที่ใช้ก่อนมีอาการเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ  

ตาแดงติดต่อกันด้วยการมองตากันจริงหรือไม่

โรคตาแดงไม่สามารถติดต่อกันผ่านการมองตา การสบตา หรือติดต่อทางอากาศ เชื้อไวรัสและแบคทีเรียจะติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงเท่านั้น เช่น การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งจากตาผู้ป่วยแล้วนำมือมาขยี้ตาของตนเอง การล้างมือให้สะอาดจึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

แหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ : 

ที่มา : -