ในยุคดิจิทัลที่ดวงตาต้องทำงานหนักตลอดเวลา ไม่ว่าจะจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ การใช้สมาร์ตโฟน หรือการเผชิญกับฝุ่นควันและมลภาวะ หลายคนเริ่มประสบปัญหาดวงตาอ่อนล้าและระคายเคือง การค้นหาวิธีทำให้ตาชุ่มชื้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะความชุ่มชื้นคือเกราะป้องกันดวงตาตามธรรมชาติ หากปล่อยให้ตาแห้งสะสมเป็นเวลานานอาจนำไปสู่ปัญหาเรื้อรังที่รักษายาก เราจึงควรรู้วิธีดูแลรักษาดวงตาให้สุขภาพดี เพื่อให้การมองเห็นชัดเจนและดวงตาดูสดใสอยู่เสมอ
ตาแห้ง คือ ภาวะที่ระบบผลิตน้ำตาของร่างกายทำงานไม่สมดุล อาจเกิดจากปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอหรือคุณภาพของน้ำตาไม่ดี ทำให้ระเหยเร็วเกินไปจนไม่สามารถหล่อลื่นผิวตาได้ตามปกติ ส่งผลให้เรารู้สึกไม่สบายตา แสบ หรือระคายเคือง การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่หาวิธีทำให้ตาชุ่มชื้นเข้ามาช่วย อาจทำให้ผิวกระจกตาอักเสบหรือเป็นแผลได้ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการมองเห็นในระยะยาว การทำความเข้าใจภาวะนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลสุขภาพตา
ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนให้เรารู้ตัวก่อนที่อาการจะรุนแรงเสมอ การหมั่นสังเกตความผิดปกติเล็กๆน้อยๆ จะช่วยให้เรารับมือได้ทันท่วงที โดยสัญญาณที่บ่งบอกว่าดวงตาของเรากำลังขาดความชุ่มชื้นและต้องการการดูแล มีดังนี้
การทราบสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ปัจจัยที่ทำให้น้ำตาระเหยเร็วหรือผลิตได้น้อยลงนั้นมีทั้งปัจจัยภายในร่างกายและสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งสิ่งกระตุ้นหลัก ๆ ที่เรามักพบเจอในชีวิตประจำวัน ได้แก่
การคืนความสดใสให้ดวงตากลับมามีสุขภาพดีต้องอาศัยความสม่ำเสมอและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างร่วมกับการดูแลที่ถูกวิธี การปฏิบัติตามแนวทางที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยบรรเทาอาการในระยะสั้น แต่ยังเป็นการถนอมสายตาให้ใช้งานได้ยาวนาน เรามีข้อแนะนำที่ทำตามได้ง่ายและได้ผลจริงมาฝากกัน
การจ้องมองระยะใกล้นาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อตาเกร็งค้างและดวงตาขาดน้ำหล่อเลี้ยง กฎ 20-20-20 เป็นเทคนิคสากลที่จักษุแพทย์แนะนำ คือทุก ๆ 20 นาทีที่ใช้สายตา ให้เราละสายตาจากหน้าจอ มองออกไปที่วัตถุไกลอย่างน้อย 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที การทำเช่นนี้ช่วยคลายกล้ามเนื้อตาและกระตุ้นให้เกิดการกะพริบตา ซึ่งเป็นวิธีทำให้ตาชุ่มชื้นแบบธรรมชาติที่ง่ายที่สุด ช่วยลดความล้าสะสมระหว่างวันได้อย่างดีเยี่ยม
โดยปกติเราจะกะพริบตาประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อจดจ่อกับงานหรือหน้าจอ อัตราการกะพริบตาอาจลดลงเหลือเพียง 5-7 ครั้งต่อนาที ทำให้ฟิล์มน้ำตาแตกตัวเร็ว เราจึงต้องฝึกกะพริบตาให้บ่อยขึ้นและกะพริบให้สมบูรณ์ (เปลือกตาบนลงมาแตะเปลือกตาล่างสนิท) การกะพริบตาเปรียบเสมือนที่ปัดน้ำฝนที่ช่วยเกลี่ยน้ำตาให้เคลือบทั่วผิวกระจกตา นับเป็นวิธีทำให้ตาชุ่มชื้นที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกและป้องกันตาแห้งได้ทันที
สุขภาพดวงตาที่ดีเริ่มต้นจากภายใน การเลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า หรือน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ มีส่วนช่วยปรับปรุงคุณภาพของชั้นไขมันในน้ำตา ลดการระเหยของน้ำตาได้ นอกจากนี้ วิตามินเอจากผักบุ้ง ตำลึง หรือแครอท ยังช่วยบำรุงกระจกตาให้แข็งแรง การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวันก็เป็นอีกหนึ่งวิธีทำให้ตาชุ่มชื้นที่ช่วยให้ระบบไหลเวียนและความชุ่มชื้นในร่างกายสมดุล
ในกรณีที่การปรับพฤติกรรมยังไม่เพียงพอ การใช้น้ำตาเทียมเข้ามาช่วยเป็นสิ่งที่จำเป็น ผลิตภัณฑ์นี้ทำหน้าที่ทดแทนน้ำตาธรรมชาติ ช่วยลดแรงเสียดทานขณะกะพริบตา หากเรามีอาการตาแห้งมากหรือต้องใช้บ่อย แนะนำให้เลือกชนิดที่ "ไม่มีสารกันเสีย" (Preservative-free) ซึ่งจะบรรจุในหลอดเล็ก ๆ สำหรับใช้รายวัน
การใช้น้ำตาเทียมอย่างถูกวิธีถือเป็นวิธีทำให้ตาชุ่มชื้นที่ปลอดภัยและเห็นผลรวดเร็วที่สุด ช่วยให้ดวงตาสบายขึ้นทันทีหลังหยอด
บางครั้งอาการตาแห้งเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันที่เปลือกตา (Meibomian Gland) ทำให้น้ำตาขาดชั้นไขมันมาเคลือบผิว การประคบอุ่นที่เปลือกตาและทำความสะอาดขอบตาด้วยผลิตภัณฑ์เฉพาะหรือแชมพูเด็กเจือจาง จะช่วยละลายไขมันที่อุดตันและกำจัดคราบสกปรกได้ การนวดเบา ๆ บริเวณเปลือกตายังช่วยกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานดีขึ้น ถือเป็นวิธีทำให้ตาชุ่มชื้นที่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ช่วยให้คุณภาพน้ำตาดีขึ้นและลดอาการตาแห้งเรื้อรังได้
หลายคนยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการดูแลรักษาดวงตา หรือมีข้อสงสัยว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นถูกต้องและปลอดภัยหรือไม่ เพื่อคลายความกังวลและให้เราสามารถดูแลดวงตาได้อย่างมั่นใจ เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบจากมุมมองทางการแพทย์ เพื่อให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง
เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาก ในความเป็นจริงแล้ว การใช้น้ำตาเทียมไม่ได้ทำให้ต่อมน้ำตาหยุดทำงานหรือ
ขี้เกียจแต่อย่างใด เป็นเพียงการเติมความชุ่มชื้นเข้าไปเสริมในส่วนที่ขาดหายไปเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากเราเลือกใช้น้ำตาเทียมชนิดที่มีสารกันเสียและหยอดบ่อยเกินไป สารกันเสียนั้นอาจสะสมและทำให้ผิวตาอักเสบได้ ดังนั้น หากจำเป็นต้องหยอดบ่อยเกิน 4 ครั้งต่อวัน เราแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ชนิดรายวันที่ปราศจากสารกันเสียจะปลอดภัยที่สุด
คอนแทคเลนส์ต้องการน้ำตาในการคงรูปและลอยตัวอยู่บนผิวตา หากรู้สึกตาแห้งมาก ควรลดชั่วโมงการใส่ให้น้อยลง หรือถอดพักระหว่างวัน หากอาการไม่ดีขึ้นควรเปลี่ยนมาใช้คอนแทคเลนส์รายวันที่มีค่าอมน้ำเหมาะสมหรือชนิดที่ให้ออกซิเจนผ่านได้สูง และควรใช้น้ำตาเทียมสำหรับคอนแทคเลนส์โดยเฉพาะ หากยังระคายเคืองควรหยุดใส่และสลับมาใช้แว่นตาแทนชั่วคราว เพื่อป้องกันกระจกตาเป็นแผลจากการเสียดสี
อาหารเสริมบางชนิด เช่น น้ำมันปลา (Fish Oil) หรือสารสกัดจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยลดกระบวนการอักเสบของต่อมน้ำตาและช่วยให้คุณภาพของชั้นไขมันในน้ำตาดีขึ้นได้จริง ซึ่งช่วยให้อาการตาแห้งทุเลาลง แต่ทั้งนี้อาหารเสริมไม่ใช่ยารักษาโรคโดยตรง ควรใช้เป็นตัวช่วยเสริมควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมและการรักษาหลักอื่น ๆ จะได้ผลดีที่สุด และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มรับประทานเสมอ
วิธีทำให้ตาชุ่มชื้นเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพตาที่ดี การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน ทั้งการพักสายตา การกินอาหารที่มีประโยชน์ และการใช้น้ำตาเทียมอย่างถูกวิธี ล้วนช่วยถนอมดวงตาของเราให้ห่างไกลจากความเสื่อมและอาการระคายเคือง แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปตาด้านอื่น ๆ สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว และกำจัดถุงไขมันใต้ตา เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ