ต้อเนื้อเกิดจากอะไร มีอาการและวิธีรักษาให้หายดีอย่างไรบ้าง
icon  icon
ต้อเนื้อ

ต้อเนื้อเกิดจากอะไร เผยสาเหตุ พร้อมวิธีป้องกันและรักษาให้หาย

ปัญหาก้อนเนื้อหรือเยื่อบุตาผิดปกติเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายคน ไม่เพียงแค่เรื่องความสวยงามแต่ยังรวมถึงประสิทธิภาพในการมองเห็น การทำความเข้าใจว่าต้อเนื้อเกิดจากปัจจัยแวดล้อมใดบ้างจึงเป็นเรื่องสำคัญ บทความนี้เราจะพาไปเจาะลึกถึงต้นตอของปัญหา สังเกตสัญญาณเตือน และแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้อง เพื่อช่วยให้ดวงตาคู่สวยกลับมาสดใสและมีสุขภาพดีดังเดิม


สนใจปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญ

ต้อเนื้อ (Pterygium) คืออะไร?

ต้อเนื้อ หรือ Pterygium คือความผิดปกติทางตาชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นแผ่นเนื้อสีชมพู รูปทรงคล้ายสามเหลี่ยม ยื่นจากตาขาวเข้าไปสู่ตาดำ โดยเกิดจากการเสื่อมสภาพของเยื่อบุตา บริเวณที่พบได้บ่อยที่สุดคือบริเวณหัวตา แต่ก็สามารถพบที่หางตาได้เช่นกัน ในบางกรณีอาจเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองข้าง หรือเกิดขึ้นเพียงข้างเดียวก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยกระตุ้นที่ดวงตาได้รับ

ต้อเนื้อเกิดจากอะไร?

การทราบสาเหตุที่แน่ชัดจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ แม้กลไกการเกิดโรคอาจซับซ้อน แต่ปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ต้อเนื้อเกิดจากการระคายเคืองเรื้อรังและสภาพแวดล้อมมีส่วนสำคัญอย่างมาก ดังนี้

  • การใช้สายตาอย่างหนัก การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนต่อเนื่องเป็นเวลานานส่งผลให้ตาล้า
  • ภาวะตาแห้งเรื้อรัง การขาดความชุ่มชื้นทำให้ดวงตาเกิดการเสียดสีและระคายเคืองได้ง่าย
  • สภาพแวดล้อมรุนแรง: การที่ดวงตาสัมผัสกับแสงแดดจ้า (รังสียูวี) ลมแรง ฝุ่นละออง และควันพิษเป็นประจำ
  • สารเคมีระคายเคือง การสัมผัสสารเคมีหรือมลพิษในอากาศที่ส่งผลกระทบต่อเยื่อบุตา
  • พันธุกรรม การมีสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงได้
  • โรคประจำตัว ภาวะแทรกซ้อนจากโรคทางกายบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน

ต้อเนื้อ อาการเป็นอย่างไร

ในช่วงแรกเริ่มต้อเนื้ออาการอาจไม่แสดงออกมาอย่างชัดเจน ทำให้หลายคนชะล่าใจ แต่เมื่อแผ่นเนื้อเริ่มขยายตัวมากขึ้น จะเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

  • ลักษณะทางกายภาพ สังเกตเห็นแผ่นเนื้อสีชมพูรูปสามเหลี่ยมลุกลามเข้าไปบนกระจกตาดำ
  • การอักเสบ ดวงตามีลักษณะแดง บวม และรู้สึกระคายเคืองบริเวณที่มีก้อนเนื้อ
  • ความรู้สึกไม่สบายตา มีอาการคัน แสบร้อน และตาแห้งผิดปกติ
  • ระคายเคืองเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม รู้สึกสากหรือเหมือนมีเม็ดทรายอยู่ในดวงตาตลอดเวลา
  • น้ำตาไหลพราก ร่างกายผลิตน้ำตาออกมามากกว่าปกติเพื่อลดการระคายเคือง
  • ปัญหาการมองเห็น หากปล่อยไว้นานอาจทำให้เกิดสายตาเอียง หรือก้อนเนื้อบังการมองเห็นจนภาพเบลอ

วิธีรักษาอาการต้อเนื้อ


แนวทางต้อเนื้อวิธีรักษานั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค แพทย์จะประเมินว่าควรใช้การรักษาแบบประคับประคองหรือต้องทำการผ่าตัด ซึ่งในกรณีที่เป็นมากมักพบได้บ่อยในกลุ่มโรคตาในผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

รักษาด้วยยา

ในระยะแรกที่ต้อเนื้อยังไม่ลุกลามมาก การใช้ยาเป็นวิธีหลักในการบรรเทาอาการ โดยจักษุแพทย์อาจจ่ายยาหยอดตาในกลุ่มน้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น หรือใช้ยาหยอดตากลุ่มสเตียรอยด์และยาต้านฮีสตามีนเพื่อลดการอักเสบ อาการคัน และรอยแดง อย่างไรก็ตาม การใช้ยาทำได้เพียงบรรเทาอาการระคายเคืองให้ทุเลาลงเท่านั้น ไม่สามารถทำให้ก้อนเนื้อหรือพังผืดที่เกิดขึ้นแล้วสลายหายไปได้

รักษาด้วยการผ่าตัด

เมื่อต้อเนื้อเริ่มบดบังการมองเห็นหรือสร้างความรำคาญมาก การผ่าตัดจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยมีเทคนิคดังนี้

  • การลอกต้อเนื้อแบบปกติ (Bare Sclera) เป็นการตัดเฉพาะส่วนที่เป็นต้อเนื้อออก แล้วปล่อยให้แผลสมานเองตามธรรมชาติ ข้อดีคือใช้เวลาผ่าตัดน้อย แผลหายเร็ว และไม่ค่อยเจ็บ แต่ข้อเสียสำคัญคือมีอัตราการกลับมาเป็นซ้ำสูงถึง 40-50%
  • การลอกต้อเนื้อพร้อมปลูกเนื้อเยื่อ (Grafting) วิธีนี้หลังจากตัดต้อเนื้อออก แพทย์จะนำเยื่อบุตาขาวจากส่วนอื่นของร่างกายเราหรือเยื่อหุ้มรกมาเย็บปิดแผล แม้จะใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า แต่ปัจจุบันมีการใช้กาวชีวภาพ (Fibrin Glue) ช่วยให้เนื้อเยื่อติดกันเร็วขึ้น ลดอาการระคายเคือง และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีป้องกันอาการต้อเนื้อ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ดวงตาต้องเผชิญกับปัจจัยกระตุ้นที่ก่อให้เกิดโรค

  • สวมแว่นกันแดด เลือกแว่นที่สามารถกันรังสียูวีได้ 100% ทุกครั้งที่ออกกลางแจ้ง
  • หลีกเลี่ยงลมและฝุ่น หากต้องขี่รถจักรยานยนต์หรืออยู่ในที่ลมแรง ควรสวมแว่นตานิรภัยป้องกัน
  • เพิ่มความชุ่มชื้น พักสายตาเป็นระยะและใช้น้ำตาเทียมเมื่อรู้สึกว่าตาแห้ง
  • เลี่ยงมลภาวะ พยายามไม่อยู่ในบริเวณที่มีควันไฟหรือสารเคมีรุนแรง

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต้อเนื้อ

เรื่องของดวงตาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หลายคนจึงมักมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

ต้อเนื้อสามารถหายเองได้หรือไม่?

เมื่อต้อเนื้อเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถหายเองหรือยุบตัวลงได้ตามธรรมชาติ แม้ว่าอาการอักเสบหรือตาแดงจะทุเลาลงได้ด้วยการพักผ่อนหรือหยอดยา แต่ตัวแผ่นเนื้อเยื่อพังผืดจะยังคงอยู่ ทางเดียวที่จะกำจัดเนื้อเยื่อส่วนเกินนี้ออกไปได้คือการเข้ารับการผ่าตัดลอกต้อเนื้อโดยจักษุแพทย์เท่านั้น

ซื้อยาหยอดตามาใช้เองอันตรายหรือไม่?

การซื้อยาหยอดตาใช้เองโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ถือเป็นความเสี่ยง โดยเฉพาะยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์หรือยาหดหลอดเลือด หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรง เช่น ความดันลูกตาสูง ต้อหิน หรือต้อกระจก ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาที่ตรงกับอาการและปลอดภัย

ผ่าตัดแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นอีกไหม?

มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ได้รับการผ่าตัดแบบลอกออกเพียงอย่างเดียว หรือผู้ที่หลังผ่าตัดยังคงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น โดนแดดจัดหรือลมแรงโดยไม่ป้องกัน แต่ด้วยเทคนิคการผ่าตัดแบบปลูกเนื้อเยื่อในปัจจุบัน ร่วมกับการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด อัตราการกลับมาเป็นซ้ำจะลดลงอย่างมาก

สรุปบทความ


ต้อเนื้อเกิดจากปัจจัยกระตุ้นทางสิ่งแวดล้อมอย่างรังสียูวี ลม และฝุ่นละออง ส่งผลให้เกิดเนื้อเยื่อรุกล้ำกระจกตา การรักษามีทั้งการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการและการผ่าตัดเพื่อกำจัดเนื้อเยื่อออก แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปตาด้านอื่น ๆ สามารถปรึกษาจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการของ Sky Clinic ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการทำตาสองชั้น เปิดหัวตา แก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซ่อนแผลใต้คิ้ว และกำจัดถุงไขมันใต้ตา เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณ

ที่มา : -